ปม ชาวบ้านหาของป่า หาย จ.สุรินทร์

View icon 14
วันที่ 11 พ.ค. 2569 | 11.03 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - ภรรยาของคนไทย ที่ถูกทหารกัมพูชาจับตัวไปหายไปนาน 11 วัน หลังจากเข้าไปหาของป่า บริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ในจังหวัดสุรินทร์ เรียกร้องหน่วยงานให้เร่งช่วยประสานนำตัวสามีกลับมา

ปม "ชาวบ้านหาของป่า" หาย จ.สุรินทร์
เป็นคลิปที่เพจ "อ้อ ไพรัช" ทำคลิปยืนยันว่าทหารกัมพูชา จับ นายโยชน์ อายุ 58 ปี ไม่ใช่เฟกนิวส์ เพราะเข้าไปหาของป่าใกล้กับพื้นที่ห้วยสำเริง ใกล้กับผามะนาว ซึ่งอยู่ในหมู่บ้านโคกตะเคียน อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ตั้งแต่วันที่ 25 เมษายนที่ผ่านมา แต่ขาดการติดต่อกับครอบครัว ตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน จนถึงวันนี้ (11 พ.ค.) รวมระยะเวลา 14 วันแล้ว

นางสาวกรรณิกา อายุ 47 ปี ภรรยาของนายโยชน์ เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.กาบเชิง ไว้เป็นหลักฐาน ที่สามีหายเงียบไป หลังจากเข้าไปหาของป่า จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้า หลังจากได้รับคำยืนยันจากผู้ใหญ่บ้านถนนชัย ที่รู้ข่าวจากกองกำลังสุรนารีว่า นายโยชน์ ถูกทหารกัมพูชากล่าวหารุกล้ำอธิปไตย ตรงกับรูปพรรณสัณฐานของนายโยชน์

โดยได้รับคำยืนยันว่า ขณะนี้ถูกควบคุมตัวอยู่ที่จังหวัดอุดรมีชัย เพื่อรอส่งขึ้นศาลพิจารณาโทษ ยิ่งทำให้ครอบครัวไม่พอใจอย่างมาก เพราะหลังจากวันที่เข้าแจ้งความ ตำรวจไม่ออกตาม และไม่แจ้งทหารเพื่อประสานขอตัวส่งกลับ แม้จะได้รับการยืนยันว่า นายโยชน์ ยังปลอดภัย แต่ครอบครัวก็ยังกังวล ทำได้เพียงจุดธูปกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ให้ช่วยปกปักรักษา และได้รับการปล่อยตัว

ทภ.2 เร่งประสานช่วยคนไทย ถูก "กัมพูชา" จับตัว
กองทัพภาคที่ 2 เร่งประสานกัมพูชา ช่วยเหลือคนไทยหาของป่าชายแดน แล้วถูกทหารกัมพูชาจับตัวไปดำเนินคดีลักลอบหลบหนีเข้าเมือง ยืนยันคนไทยยังปลอดภัย

หลังจากภรรยาและครอบครัวของ นายโยชน์ สายน้อย อายุ 58 ปี เข้าแจ้งความ ให้เจ้าหน้าที่ช่วยติดตามหาตัว หลังเข้าไปหาของป่า พื้นที่ห้วยสำเริง อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ แล้วหายตัวไปนาน 15 วัน

กระทั่ง กองกำลังสุรนารี ได้รับการประสานจากตำรวจในพื้นที่ จึงเร่งประสานไปยังฝ่ายกัมพูชา โดยกัมพูชายืนยันว่า นายโยชน์ได้ลักลอบเข้าเขตกัมพูชา จึงถูกจับกุมในข้อหาหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย และถูกส่งดำเนินคดีในพื้นที่จังหวัดอุดรมีชัย

โดย แม่ทัพภาคที่ 2 สั่งการผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี เร่งประสานกับฝ่ายทหารกัมพูชา เพื่อช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด ซึ่งชุดประสานงานฝ่ายกัมพูชาแจ้งว่า นายโยชน์ ปลอดภัยดี

ส่วนการรับตัวกลับไทย ยังอยู่ระหว่างการประสานงาน เพื่อดำเนินการตามระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องระหว่างสองประเทศต่อไป

"วีระ" ชี้ "กัมพูชา" จับคนไทย สะท้อนไม่จริงใจ
ด้าน นายวีระ สมความคิด ประธานเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน ที่เคยถูกกัมพูชาจับกุมตัวไป (29 ธ.ค.) และถูกจำคุกนาน 3 ปี 6 เดือน โพสต์ข้อความระบุว่า "รัฐบาลและกองทัพไทย ไร้ความสามารถ ไม่สามารถช่วยคนไทยที่ถูกทหารกัมพูชาเข้ามาจับกุมตัวในเขตแผ่นดินไทย ทั้งหมดนี้ คือ หลักฐานที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจน ถึงความไม่จริงใจ ความไม่สุจริตใจ ของกัมพูชา"

"วีระ" ชี้ไร้หลักฐาน คนไทยถูกจับ เพราะล้ำแดน
ทีมข่าวสอบถาม นายวีระ บอกว่า ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่า คนหาของป่าล้ำแดนกัมพูชา ตามที่ฝ่ายกัมพูชาอ้างจริงไหม เพราะยังไม่มีหลักฐาน เนื่องจากเมื่อปี 53 กัมพูชาก็เข้ามาจับกุมตนในดินแดนไทย ซึ่งถ้าล้ำแดนมาจับคนไทย ต้องปล่อยตัวโดยทันที

นายวีระ ตั้งข้อสังเกตว่า หากเทียบกับเวลาที่กัมพูชาลักลอบเข้าไทย แล้วถูกตำรวจและทหารไทยจับได้ ก็แค่ทำบันทึกจับกุมแล้วส่งกลับทันที โดยไม่ดำเนินคดีเด็ดขาดเหมือนที่กัมพูชาทำ

ชาวบ้านกังวลใจ กลัวทหารกัมพูชา รุกเข้ามาทำร้ายคนไทย จ.บุรีรัมย์
ขณะที่ชาวบ้าน ซึ่งเป็นเกษตรกรสวนยางพารา ในพื้นที่อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ริมชายแดนไทย-กัมพูชา รู้สึกกังวลใจ หลังจากมีทหารกัมพูชา 10 คน ที่มีอาวุธครบมือ รุกล้ำข้ามแดนเข้ามาในเขตแดนไทยลึกกว่า 1 กิโลเมตร แล้วยิงปืนไล่ข่มขู่ชาวบ้านที่เข้าไปจับอึ่งอ่าง ในพื้นที่บริเวณท้ายอ่างเก็บน้ำบ้านสายโท 1 นัด ทั้งที่บริเวณนั้นอยู่ในเขตพื้นที่จังหวัดบุรัมย์ ประเทศไทย

โดยเรียกร้องให้หน่วยงานความมั่นคง เร่งสร้างรั้วกำแพงกั้นระหว่างประเทศ เนื่องจากเกรงว่าทหารกัมพูชาจะรุกล้ำเข้ามาอีก เพราะเมื่อหลาย 10 ปีก่อน ก็เคยมีเหตุการณ์กองกำลังทหารกัมพูชา บุกเข้ามาปล้นสะดม ข่มขืนผู้หญิง และทำร้ายชาวบ้าน จนชาวบ้านในพื้นที่กวาดกลัว จึงอยากให้ฝ่ายความมั่นคง ตรึงกำลังแนวชายแดนอย่างเข้มงวด เพื่อความปลอดภัยของชาวบ้าน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง