กระทรวงการต่างประเทศของจีน เผย “โดนัลด์ ทรัมป์” เตรียมเยือนจีน 13-15 พฤษภาคมนี้ คาดหารือ “สี จิ้นผิง” หลายประเด็น ทั้งเรื่องอิหร่าน, ไต้หวัน, อาวุธนิวเคลียร์ และการค้า
วันนี้ (11 พ.ค. 69) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน ประกาศว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ จะเดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 13-15 พฤษภาคมนี้ ตามคำเชิญของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน ซึ่งจะเป็นการเยือนจีนครั้งแรกของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในรอบเกือบ 10 ปี
โดย “แอนนา เคลลี” รองโฆษกทำเนียบขาว กล่าวว่า การเดินทางเยือนของผู้นำสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้จะมีความสำคัญเชิงสัญลักษณ์อย่างมหาศาล และมุ่งเน้นไปที่การปรับสมดุลความสัมพันธ์กับจีน และให้ความสำคัญกับการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์และความเป็นธรรมเพื่อฟื้นฟูความเป็นอิสระทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และมีแผนจะต้อนรับผู้นำจีนในการเยือนสหรัฐฯ ในปลายปีนี้
ก่อนหน้านี้ “โดนัล ทรัมป์” มีแผนเยือนจีนซึ่งเดิมกำหนดไว้ในช่วงต้นปีนี้ แต่ถูกเลื่อนออกไปในเดือนมีนาคมเนื่องจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่าน
ทางเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ เผยกับสำนักข่าวต่าง ๆ แบบไม่เปิดเผยชื่อว่า “ทรัมป์” จะมีการหารือกับ “สี จิ้นผิง” ในหลายประเด็นสำคัญทั้งเรื่องอิหร่าน, ไต้หวัน, ปัญญาประดิษฐ์ (AI), อาวุธนิวเคลียร์ และข้อตกลงด้านแร่ธาตุสำคัญ นอกจากนี้ ยังอาจหยิบยกประเด็นการสนับสนุนรัสเซียของจีนขึ้นมาหารือในระหว่างการเจรจา รวมถึงประเด็นการค้าและแร่หายาก ซึ่งเป็นทรัพยากรสำคัญสำหรับภาคเทคโนโลยีของสหรัฐฯ
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารของสหรัฐฯ ที่ไม่เปิดเผยชื่อ ได้กล่าวว่า คาดว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เกี่ยวกับท่าทีของสหรัฐฯ ต่อไต้หวัน ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีนมีรอยร้าว
ด้านจีนกล่าวว่าต้องการให้สงครามยุติลง และได้ให้การต้อนรับ “อับบาส อารักชี” รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ที่เดินทางมาเยือนจีนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และในขณะเดียวกัน ทางจีนปฏิเสธที่จะยอมรับมาตรการคว่ำบาตร "ฝ่ายเดียว" ของสหรัฐฯ ต่อภาคอุตสาหกรรมน้ำมันของอิหร่าน ซึ่งผลจากสงครามได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศในเอเชียที่พึ่งพาการนำเข้าจากตะวันออกกลาง