“เอกนิติ” ยัน ออก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ หลังฝ่ายค้านยื่นศาล รธน.ตีความ ย้ำเป็นความจำเป็นเร่งด่วน ชี้ช่วยระยะสั้น แต่ได้ผลยาว รับเงินเฟ้ออาจแตะ 4-5 % ส่วน “ไทยช่วยไทย พลัส” ต้องมี คกก.กลั่นกรองก่อน เข้า ครม.
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึง กรณีที่ฝ่ายค้านเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความการออก พ.ร.ก. กู้เงิน 400,000 ล้านบาท ว่า วันนี้ที่รัฐบาลดำเนินการ เพราะต้องการช่วยประชาชน ซึ่งจะมีวิกฤติมาอีกหลายระลอก และยังไม่รู้ว่าจะจบเมื่อไหร่ ดังนั้นจึงต้องเตรียมพร้อม อีกทั้งการประชุมอาเซียน ออกมาบอกว่า ประเทศไทยก็พึ่งพาน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ ที่นำเข้าจากต่างประเทศค่อนข้างเยอะ เพราะต้นเหตุของวิกฤตคือมาจากเรื่องเริ่มจากสงคราม พลังงาน จนทำให้เกิดวิกฤตต้นทุน เห็นได้จากเงินเฟ้อล่าสุดอยู่ที่ 2.9 % และคิดว่าจะหนักมากขึ้น และเกิดวิกฤตค่าครองชีพ ซึ่งทำให้กำลังซื้อระลอกต่อไปตก และส่งผลไปถึงธุรกิจ SME หากเราปล่อยไปแบบนี้ จะเกิดการตกงาน ปัญหาสภาพคล่อง ธุรกิจขาดทุน ซึ่งถือเป็นความมั่นคงของเศรษฐกิจ แม้การแก้ปัญหาครั้งนี้จะเป็นระยะสั้น แต่ได้ผลยาว ซึ่งต้องแยกผลระหว่างความจำเป็นเร่งด่วน กับผลในระยะยาว
พร้อมย้ำว่าขณะนี้มีความจำเป็นเร่งด่วน หากไม่ดำเนินการ เรายังต้องพึ่งพาน้ำมันและพลังงาน ดังนั้นการออก พ.ร.ก. ดังกล่าว เพราะความมั่นคงทางเศรษฐกิจ รวมถึงจำเป็นต้องเร่งเปลี่ยนผ่านพลังงาน ควบคู่ไปกับการช่วยเหลือประชาชน
ส่วนการที่ฝ่ายค้านยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญจะส่งผลกระทบต่อโครงการของรัฐบาล หรือไม่ นายเอกนิติ ระบุว่า วันนี้คิดว่าต้องเดินหน้า แต่ก็เข้าใจการออกพระราชกำหนดทุกครั้ง ฝ่ายค้านก็ตามหน้าที่ วันนี้เมื่อมีประกาศในราชกิจจานุเบกษาเรียบร้อยแล้ว ก็ต้องเดินหน้าต่อ ซึ่งการออกพระราชกำหนดดังกล่าวให้อำนาจกระทรวงการคลังในการกู้เงิน แต่ไม่สามารถไปใส่ชื่อโครงการก่อนได้
นายเอกนิติ ยังยืนยันอีกว่า การออกพระราชกำหนดดังกล่าวไม่ขัดต่อกฎหมาย เพราะวิกฤตครั้งนี้ไม่เหมือนในอดีต และการที่มูดี้ส์ชื่นชมประเทศไทย ที่มีเสถียรภาพด้านการต่างประเทศ มองว่าเป็นคนละประเด็นกัน
พร้อมกันนี้ นายเอกนิติยังกล่าวถึง เรื่องเงินเฟ้อ ยอมรับว่าปัญหาเงินเฟ้อ จากเดิม 2.9 % อาจจะเพิ่มเป็น 4-5 % หากดูไส้ในของเงินเฟ้อ เรื่องต้นทุน ค่าอาหาร วันนี้ขึ้นมาเกือบ 10 % ซึ่งได้คุยกับธนาคารแห่งประเทศไทยมาโดยตลอด ถึงการออกนโยบายต่าง ๆ ออกมาตรการในการช่วยเหลือประชาชน
นายเอกนิติ กล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองเงินกู้ว่าจะเริ่มได้ทันที หรือต้องรอเข้าสภาฯ ว่า วันนี้ตามขั้นตอนต้องออกระเบียบเงินกู้ คิดว่าทำตามขั้นตอนของกฎหมาย
สำหรับความคืบหน้าของโครงการไทยช่วยไทยพลัส นายเอกนิติ ระบุว่า ขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างการทำระเบียบของการกู้เงิน และการตั้งคณะกรรมการกลั่นกรอง จากนั้นจะให้หน่วยงานต่าง ๆ เสนอโครงการที่ตรงตามวัตถุประสงค์ ผ่าน 5 หลักการ คือ การมุ่งเป้า / ให้เกิดการเปลี่ยนผ่าน /การปฏิรูปทรานฟอร์ม / ความโปร่งใส ซึ่งตนเองเน้นย้ำเกณฑ์ในการกลั่นกรองต้องเปิดเผยทั้งหมด สุดท้าย คือ การทำงานร่วมกัน โดยนำเอกชนมาร่วมด้วย
ทั้งนี้ นายเอกนิติ ย้ำว่า จะต้องทำระเบียบให้เสร็จสิ้นก่อน ก่อนที่จะนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป