รื้อสอบ พะงัน-สมุย กว่า 1.1 หมื่นบริษัท ต้องสงสัยนอมมินีต่างชาติ

รื้อสอบ พะงัน-สมุย กว่า 1.1 หมื่นบริษัท ต้องสงสัยนอมมินีต่างชาติ

View icon 44
วันที่ 11 พ.ค. 2569 | 15.25 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
รื้อสอบ พะงัน-สมุย กว่า 1.1 หมื่นบริษัท ต้องสงสัยต่างชาติใช้คนไทยเป็นนอมินี ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจอสังหาฯ – ท่องเที่ยว จ่อรื้อสอบเส้นทางเงินลงทุนของผู้ถือหุ้น ก่อนรับจดทะเบียนบริษัท

วันนี้ (11 พ.ค.69) นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับ พ.ต.ต. ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ว่า จากการตรวจสอบข้อมูลบริษัทในหลายจังหวัดท่องเที่ยว พบสัญญาณผิดปกติจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่เกาะพะงันและเกาะสมุย ที่มีประชาชนร้องเรียนว่ามีกลุ่มชาวต่างชาติรวมตัวกันทำธุรกิจในลักษณะเครือข่าย เข้ามาแสวงหาผลประโยชน์จากทรัพยากรของไทย และบางส่วนมีพฤติกรรมไม่เกรงกลัวกฎหมาย จนสร้างความเดือดร้อนให้คนในพื้นที่

เบื้องต้น DBD และ DSI จะเริ่มตรวจสอบเชิงลึกใน 2 พื้นที่นี้ก่อน โดยนำข้อมูลบริษัทจำนวน 11,426 บริษัท มาคัดแยกตามระดับความเสี่ยง ทั้งกลุ่มเสี่ยงสูง กลาง และต่ำ ก่อนวางกรอบเวลาเข้าตรวจสอบ เริ่มจากบริษัทที่มีแนวโน้มเข้าข่ายนอมินีมากที่สุด

นอกจากนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้ายังส่งข้อมูลบริษัทต้องสงสัยเข้าข่ายนอมินีให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบแล้ว 34 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจบริการด้านท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่อยู่ในข่ายเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

ขณะเดียวกัน หากมีเรื่องร้องเรียนจากประชาชนและพบพฤติการณ์ชัดเจน เจ้าหน้าที่พร้อมลงพื้นที่ตรวจสอบทันที เพื่อเร่งดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด

การทำงานครั้งนี้จะเป็นการบูรณาการร่วมกันของหลายหน่วยงานมากกว่า 20 หน่วยงาน เพื่อให้การตรวจสอบครอบคลุมทุกด้าน ทั้งกฎหมายธุรกิจ เส้นทางการเงิน ภาษี แรงงาน รวมถึงการฟอกเงิน เพื่อให้สามารถเอาผิดได้ครบทุกมิติ

นายพูนพงษ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ออกมาตรการป้องกันการจดทะเบียนบริษัทโดยใช้คนไทยถือหุ้นแทนต่างชาติแล้ว 2 ครั้ง โดยมาตรการแรกที่เริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา สามารถลดพฤติกรรมต้องสงสัยได้ประมาณ 60% และหลังออกมาตรการเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 1 เมษายน ภาพรวมลดลงถึง 75% แต่ยังไม่เป็นที่น่าพอใจ เพราะเป้าหมายคือการทำให้ปัญหานอมินีหมดไปทั้งหมด

มาตรการต่อไป กรมพัฒนาธุรกิจการค้าอยู่ระหว่างหารือร่วมกับสมาคมธนาคารไทย เพื่อวางแนวทางตรวจสอบเส้นทางเงินลงทุนของผู้ถือหุ้นก่อนรับจดทะเบียนบริษัท โดยจะตรวจสอบว่าเงินลงทุนมีที่มาชัดเจนและนำเข้ามาลงทุนจริงหรือไม่ ซึ่งถือเป็นมาตรการใหม่เพิ่มเติมจาก 2 มาตรการเดิม ขณะนี้อยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และอาจขยายระยะเวลาประชาพิจารณ์ออกไปอีก 30 วัน เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างการป้องกันการกระทำผิดกับการอำนวยความสะดวกให้ธุรกิจที่เข้ามาลงทุนอย่างถูกต้อง

นายพูนพงษ์ กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้จะดำเนินการอย่างจริงจัง และต้องการให้เห็นผลเป็นรูปธรรม โดยหลังจากตรวจสอบพื้นที่เกาะพะงันและเกาะสมุยแล้ว จะขยายผลต่อไปยังจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญอื่นทั่วประเทศ ทั้งภูเก็ต กระบี่ พังงา พัทยา และหัวหิน ปัญหานอมินีส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยหลายด้าน ทั้งการแข่งขันทางการค้า รายได้ภาครัฐ และความเชื่อมั่นของนักลงทุน เพราะเป็นช่องให้ต่างชาติเข้ามาถือครองธุรกิจที่กฎหมายสงวนไว้ อีกทั้งยังกระทบผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะธุรกิจ SME ที่แข่งขันกับทุนต่างชาติได้ยากกว่า

นอกจากนี้ ธุรกิจนอมินียังอาจเชื่อมโยงกับการหลีกเลี่ยงภาษี การปกปิดแหล่งที่มาของเงินทุน และการทำธุรกรรมทางการเงินที่ไม่โปร่งใส ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินหรือธุรกิจผิดกฎหมายอื่น ๆ ได้ด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง