เพิ่งพ้นโทษ ถูกรวบหน้าเรือนจำ ดำเนินคดีฉ้อโกงหลอกลงทุนหุ้น

เพิ่งพ้นโทษ ถูกรวบหน้าเรือนจำ ดำเนินคดีฉ้อโกงหลอกลงทุนหุ้น

View icon 85
วันที่ 11 พ.ค. 2569 | 17.29 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ต่างกรรมต่างวาระ เพิ่งพ้นโทษ ถูกรวบหน้าเรือนจำ ตำรวจคอมมานโดร่วมตำรวจไซเบอร์ รวบเครือข่ายหลอกลงทุนหุ้น แอบอ้างชื่อกูรูดัง เหยื่อสูญเงินกว่า 30 ล้านบาท

วันนี้ (11 พ.ค. 69) พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. พร้อมกำลังตำรวจคอมมานโด และตำรวจไซเบอร์ บก.สอท.1 บช.สอท. ได้นำหมายศาลเข้าทำการจับกุมตัว นายวทัญญู อายุ 30 ปี ชาว จ.พิษณุโลก บริเวณริมถนนสาธารณะหน้าเรือนจำจังหวัดนนทบุรี ขณะที่ผู้ต้องหากำลังจะได้รับการปล่อยตัว หลังเพิ่งพ้นโทษจากคดีก่อนหน้า โดยการจับกุมครั้งนี้เป็นการดำเนินคดีตามหมายจับศาลอาญามีนบุรี และศาลอาญากรุงเทพใต้ ในข้อหาฉ้อโกงประชาชน และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ รวมถึงกฎหมายว่าด้วยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

สืบเนื่องจาก กลุ่มมิจฉาชีพได้ใช้วิธีการหลอกลวงผ่านเฟซบุ๊ก สร้างบัญชีปลอมแอบอ้างชื่อและรูปภาพของบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการการเงิน โดยเฉพาะ ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ก่อนจะดึงเหยื่อเข้ากลุ่มไลน์ที่ตั้งชื่อให้ดูเป็นสถาบันสอนการลงทุน ภายในกลุ่มจะมีหน้าม้าที่แฝงตัวเป็นนักลงทุน คอยส่งภาพกราฟผลกำไรและสลิปการโอนเงินปลอม เพื่อกระตุ้นความโลภและสร้างบรรยากาศว่าสามารถทำกำไรได้จริง จนเหยื่อหลงเชื่อโอนเงินเข้าสู่ระบบที่กลุ่มคนร้ายสร้างขึ้น โดยอ้างว่าเป็นบัญชีเงินทุนสำหรับเทรดหุ้นทั้งในและต่างประเทศ มีเหยื่อสูญเงินรวมกว่า 30 ล้านบาท

โดยหนึ่งในผู้เสียหายที่ได้รับความเสียหายหนักที่สุด คือนักลงทุนที่มีประสบการณ์ในตลาดหุ้นมานานกว่า 20 ปี แต่กลับหลงเชื่อกลอุบายที่แยบยลนี้ เนื่องจากคนร้ายมีการส่งหนังสือ "เด็กวัดดอน" ของจริงไปให้ถึงบ้านเพื่อซื้อใจ ก่อนจะชักชวนให้ลงทุนในหุ้นฮ่องกงและอ้างว่ามีพันธมิตรเป็นธนาคารระดับโลก เมื่อเหยื่อเริ่มโอนเงินลงทุนในหลักล้านบาทและมียอดกำไรปรากฏในระบบเป็นจำนวนมากจนอยากถอนเงินออกมา มิจฉาชีพจะเริ่มใช้กลโกงขั้นต่อไปด้วยการอ้างว่าบัญชีถูกอายัด จาก ก.ล.ต. ต่างประเทศ และบีบให้เหยื่อต้องโอนเงินค่าปรับ ค่าภาษี และค่าธรรมเนียมการถอนเงินรวมเป็นเงินกว่า 26 ล้านบาท ท้ายที่สุดเมื่อโอนไปแล้วกลับไม่สามารถติดต่อได้และไม่ได้เงินคืนแม้แต่บาทเดียว จึงนำไปสู่การขอศาลอนุมัติออกหมายจับ นายวทัญญู และจับกุมหน้าเรือนจำในวันที่พ้นโทษอีกคดี

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายวทัญญู ให้การภาคเสธ โดยยอมรับเพียงว่าเป็นผู้เปิดบัญชีธนาคาร 4 บัญชี และร่วมเปิดห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) ญาดา โมบาย เซอร์วิส ตามคำชักชวนของคนรู้จัก ที่อ้างว่าจะนำไปใช้รับโอนเงินและหลบเลี่ยงภาษีธุรกิจสกรีนผ้าใบ โดยตนได้รับค่าตอบแทนเพียง 2,000 บาท และไม่ทราบมาก่อนว่าจะถูกนำไปใช้หลอกลวงผู้อื่น

อย่างไรก็ตาม ตำรวจไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากพฤติการณ์มีความซับซ้อนและมีการโอนเงินผ่านบัญชีผู้ต้องหาซ้ำหลายครั้ง อีกทั้งจากการตรวจสอบระบบฐานข้อมูลพบว่าผู้ต้องหายังมีหมายจับในคดีลักษณะเดียวกันนี้ติดตัวอยู่อีกหลายท้องที่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง