ชุดปราบยาเสพติด ดส. บช.น. สืบขยายผลจากการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่สมุทรปราการ รวบ 2 สมุนเครือข่ายยานรก ยึดไอซ์ 300 กิโลกรัม สารภาพรับจ้าง 2.5 แสนบาท ขนจากภาคอีสานเข้ากรุง
วันนี้ (11 พ.ค.) เมื่อเวลา 16.00 น. ที่ผ่านมา ที่ กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี (กก.ดส.) พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เป็นประธานแถลงผลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติด กก.ดส.บช.น.สามารถจับกุมเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ลักลอบทำการลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่จังหวัดในภาคอีสาน เพื่อนำมาเก็บรักษาและลักลอบจำหน่ายให้แก่ลูกค้าทั่วไปในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล พร้อมด้วยของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) จำนวน 300 ห่อ น้ำหนักห่อละ 1 กิโลกรัม รวมทั้งสิ้น 300 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 33 ล้านบาท จับกุมผู้ต้องหา 2 คน คือ นายรัตชานนท์ อายุ 21 ปี และ นายวิพัฒน์ อายุ 39 ปี สามารถจับกุมได้บริเวณริมถนนมิตรภาพ ต.ลาดบัวขาว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 10 พ.ค. 69 ที่ผ่านมา
การจับกุมดังกล่าว สืบเนื่องจากช่วงต้นปี พ.ศ. 2569 ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด กก.ดส. ได้ทำการจับกุม เครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญได้ในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ พร้อมด้วยของกลางยาเสพติดจำนวนมาก ซึ่งจากการสืบสวนต่อมาพบว่า ยังมีกลุ่มเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ คนอื่นอยู่อีก โดยจะทำหน้าที่เป็นนักบิน ใช้รถยนต์ สีดำ ลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากทางภาคอีสาน เพื่อนำมาพักไว้ในพื้นที่ชั้นในของประเทศไทย ก่อนลักลอบจำหน่ายให้ลูกค้าทั่วไป
กระทั่งสืบทราบว่า วันที่ 8 พ.ค. 69 กลุ่มผู้ค้ายาเสพติดจะใช้รถยนต์ สีดำ ขึ้นไปรับยาเสพติดจากผู้ค้ารายใหญ่ในพื้นที่ภาคอีสาน เพื่อนำมาเก็บุกซ่อนไว้ในพื้นที่ชั้นใน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ใช้เครื่องมือในการสืบสวนจนทราบว่า รถยนต์คันดังกล่าวกำลังขึ้นไปสู่พื้นที่ภาคอีสานจริง โดยมีรถยนต์กระบะ สีเขียว อีกคันหนึ่ง เป็นรถยนต์ในเครือข่าย ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ติดตามไปเพื่อตรวจค้นจับกุม และสามารถจับกุมได้ดังกล่าว
จากการสอบถามผู้ต้องหาให้การรับว่า พวกตนทำงานเป็นนักบิน ทำหน้าที่ลำเลียงยาเสพติดลงมายัง กรุงเทพมหานครและปริมณฑลตามคำสั่งของเจ้าของยาเสพติด โดยได้รับค่าจ้างจากเจ้าของยาเสพติดเป็นเงินสด จำนวน 250,000 บาท โดยหลังจากนี้จะนำผู้ต้องหานำส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนผู้ร่วมการกระทำความผิดและเครือข่ายยาเสพติดของผู้ต้องหา ตำรวจชุดจับกุมได้สืบทราบแล้วว่าเป็นใครบ้าง แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ อยู่ในขั้นตอนการเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขออนุมัติต่อศาลออกหมายจับผู้ร่วมกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดต่อไป