คณะกรรมการกองทุนกำลังใจในพระดำริ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา โดย พลอากาศเอก สมคิด สุขบาง กรมวังผู้ใหญ่ประจำพระองค์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา รองประธานคณะกรรมการฯ เดินทางไปยังเรือนจำกลางอุดรธานี อำเภอเมืองฯ จังหวัดอุดรธานี โอกาสนี้ ชมการแสดงชุด "สายธารแห่งเมตตา สู่พลังศรัทธา นำพากำลังใจ" แสดงความสำนึกในพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ที่พระราชทานโครงการกำลังใจฯ เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ก้าวพลาดให้ได้รับโอกาสกลับคืนสังคม โดยมีตัวแทนคนต้นแบบมาเล่าประสบการณ์การใช้ชีวิตนอกเรือนจำ ซึ่งได้รับโอกาสจากสังคมให้ประกอบอาชีพสุจริต มีรายได้ที่มั่นคง สามารถเลี้ยงดูตนเองและครอบครัวได้
จากนั้น มอบถุงพระราชทานและทุนประกอบอาชีพจากกองทุนกำลังใจฯ ให้คนต้นแบบ เพื่อเป็นทุนตั้งต้นในการประกอบอาชีพ พร้อมชมการฝึกอาชีพของผู้ต้องขังชาย เช่น ช่างแกะสลักไม้ด้วยเครื่องยิงเลเซอร์, ช่างแกะสลักไม้ด้วยมือ และงานโมเดลรถโบราณ, ช่างปั้นผสมขี้เลื่อย และช่างตัดเย็บเสื้อผ้า
และมีการสาธิตนวัตกรรมเทคโนโลยีเสมือนจริง (Virtual Reality) การเรียนรู้อาชีพผ่านโลกเสมือนจริง เพื่อขยายโอกาสทางการเรียนรู้ที่ไม่จำกัด และสร้างประสบการณ์ให้เกิดการเรียนรู้ด้านการประกอบอาชีพ โดยทดลองทำกิจกรรมอาชีพเสมือนจริง ในรูปแบบ VDO มุมมอง 360 องศาฯ
ส่วนที่ห้องสมุดญาณสัมปันโน มีการอบรมให้ความรู้การเงินการออมแก่ผู้ต้องขัง โดยกองทุนการออมแห่งชาติ ร่วมกับบริษัท ประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม รวมทั้งให้ความรู้ด้านกฎหมายจากสำนักงานยุติธรรมจังหวัดอุดรธานี
โอกาสนี้ เปิดห้องฝึกวิชาชีพเบเกอรี่ ต้นแบบมาตรฐาน อย. (INSPIRE เบเกอรี่) ภายใต้โครงการกำลังใจในพระดำริฯ เพื่อยกระดับการฝึกวิชาชีพด้านเบเกอรี่ ตามมาตรฐานด้านอาหารและยา ซึ่งจะทำให้เกิดการยกระดับและเพิ่มมูลค่าการทำเบเกอรี่ของเรือนจำและผู้ต้องขัง โดยเรือนจำกลางอุดรธานี มุ่งมั่นฝึกวิชาชีพที่สามารถต่อยอดสู่การมีงานทำได้จริง Inspire Bakery จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างโอกาส สร้างรายได้และเสริมสร้างคุณค่าในตนเอง เพื่อให้ผู้ต้องราชทัณฑ์สามารถกลับคืนสู่สังคมได้อย่างมีคุณภาพ
พร้อมกับเยี่ยมชมการฝึกวิชาชีพของผู้ต้องขังหญิง เช่น การทำขนมไทยและเบเกอรี่, การประกอบอาหาร, การชงเครื่องดื่ม "มอคเทล", ผ้ามัดย้อม, การประดิษฐ์ดอกไม้ใยบัว, นวดฝ่าเท้าและสปาตะวันตก, ตัดเย็บเสื้อผ้า โดยสินค้า OTOP ของเรือนจำอยู่ระหว่างขอขึ้นทะเบียนผู้ผลิตผู้ประกอบการ OTOP กับกรมการพัฒนาชุมชน อาทิ งานปั้นรูปไก่แจ้จากขี้เลื่อย, หมอน และพวงมาลัยผ้าขาวม้า เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์
ช่วงบ่าย เดินทางไปยังอาคารบูรณาการ กระทรวงยุติธรรม เปิดอบรมเพื่อยกระดับทักษะดิจิทัลเพื่ออาชีพวิถีใหม่ ซึ่งโครงการกำลังใจในพระดำริฯ จัดขึ้นเพื่อให้ผู้ก้าวพลาดและคนต้นแบบของโครงการกำลังใจฯ ตามแนวทางพระราชทานในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ที่ทรงแนะนำให้อบรมความรู้ทางดิจิทัล โดยในปี 2566 ได้จัดการอบรมฯ ซึ่งประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี ในครั้งนี้ กองพัฒนานวัตกรรมการยุติธรรม ได้รับงบประมาณจากสำนักงาน ป.ป.ส. เพื่อยกระดับทักษะดิจิทัลเพื่ออาชีพวิถีใหม่สำหรับผู้พ้นโทษ ผู้ถูกคุมความประพฤติ และคนต้นแบบในจังหวัดอุดรธานี และจังหวัดขอนแก่น 29 คน โดยมีวิทยากรจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลมาให้ความรู้
จากนั้น เดินทางไปยังเรือนจำกลางอุดรธานี ติดตามการดำเนินโครงการกำลังใจในพระดำริฯ ซึ่งได้รับพระกรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จมาทรงเป็นประธานในโครงการ "Bra Charity : Spirit of Love" ภายใต้โครงการกำลังใจ เมื่อปี 2551 และในปี 2557 ทรงเปิดศูนย์เชื่อมโยงเรือนจำกับสังคม
ปัจจุบัน มีผู้ต้องขังชาย-หญิง 4,580 คน เป็นเรือนจำแดนเดียว มีอำนาจในการควบคุมผู้ต้องขังตั้งแต่ระหว่างพิจารณาคดีถึงโทษไม่เกิน 30 ปี ที่ผ่านมาดำเนินกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ผู้ต้องขังหญิง ตามข้อกำหนดกรุงเทพฯ (Bangkok Rules) ในทุกมิติ เพื่อเตรียมความพร้อมในการกลับคืนสู่สังคมอย่างมีคุณภาพ เป็นการสนองพระดำริฯ ในการดูแลผู้ที่ก้าวพลาดให้ได้รับโอกาสกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างปรกติ โดยบูรณาการความร่วมมือกับภาคี รวม 23 หน่วยงาน เพื่อกําหนดกรอบแนวทางในการสนับสนุน และส่งเสริมผู้พ้นโทษอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทั้งการพัฒนาการศึกษา การพัฒนาอาชีพ การจัดหางาน การฝึกทักษะ การให้คําปรึกษาทางสังคม และการติดตามหลังพ้นโทษ
จากนั้น ไปเยี่ยมและให้กำลังใจ นายเอกนรินทร์ ทองมอญ คนต้นแบบ ซึ่งหลังพ้นโทษได้ประกอบธุรกิจขายเฟอร์นิเจอร์ผ้าใบ และให้เช่าเต็นท์ สามารถเลี้ยงดูตนเองและครอบครัวได้ ทั้งยังเปิดโอกาสให้ผู้ที่พ้นโทษในเรือนจำกลางอุดรธานี ได้เข้ามาทำงานในร้าน 7 คน