สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานเพลิงศพ พระราชวชิรคุณาธาร (ทองดี อนีโฆ)

View icon 73
วันที่ 11 พ.ค. 2569 | 20.01 น.
ข่าวในพระราชสำนัก
แชร์
เวลา 14.30 น. วันนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิงศพ พระราชวชิรคุณาธาร (ทองดี อนีโฆ) ณ เมรุชั่วคราว วัดใหม่ปลายห้วย อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร ซึ่งถึงแก่มรณภาพ เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2568 สิริอายุ 56 ปี พรรษา 35

พระราชวชิรคุณาธาร เกิดเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2512 ที่อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร เดิมชื่อ ทองดี เพ็ชรพิจิตร เป็นบุตรของ นายฉวี และ นางสุรินทร์ เพ็ชรพิจิตร สำเร็จชั้นประถมศึกษาที่ 6 จากโรงเรียนบ้านปลายห้วย อำเภอสามง่าม อุปสมบท เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2532 ที่วัดวังกระทึง อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร หลังอุปสมบท สอบไล่ได้นักธรรมชั้นเอก สำนักศาสนศึกษาวัดใหม่ปลายห้วย อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร ในปี 2542 ได้รับการถวายปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และได้รับการถวายปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

พระราชวชิรคุณาธาร มีความชำนาญด้านการบรรยายธรรม นวกรรม และงานก่อสร้าง ได้มาจำพรรษาและเริ่มบูรณะ วัดใหม่ปลายห้วย เริ่มจากขอซื้อที่ดินจากชาวบ้านเพื่อขยายพื้นที่วัด และเริ่มก่อสร้างเสนาสนะ และถาวรวัตถุต่าง ๆ ที่มีความจำเป็น จนกระทั่งได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2549 จนเป็นศูนย์รวมใจให้พุทธศาสนิกชนในพื้นที่ และเป็นสถานที่ปฎิบัติธรรม เพื่อสืบสานและทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา

นอกจากนี้ ยังริเริ่มโครงการปฎิบัติธรรมบวชเนกขัมมะ และจัดอบรมปฎิบัติธรรมเป็นประจำทุกเดือน พิมพ์หนังสือและผลิตสื่อธรรมะแจกเป็นธรรมทาน มอบทุนการศึกษาให้แก่โรงเรียนต่าง ๆ ในชุมชนอย่างต่อเนื่อง ส่วนด้านการสาธารณสงเคราะห์ บริจาคเงินสร้างอาคาร ที่โรงพยาบาลพิจิตร จังหวัดพิจิตร, โรงพยาบาลสามง่าม จังหวัดพิจิตร และสถานพยาบาลค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ บริจาคเงินจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ ปรับปรุงห้องผ่าตัด และจัดตั้งกองทุนสำหรับพระภิกษุสงฆ์ที่อาพาธ ที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก

พระราชวชิรคุณาธาร เป็นพระเถระ ที่เปี่ยมด้วยเมตตา และขันติธรรมตลอดชีวิตแห่งสมณเพศ บำรุงพระพุทธศาสนา สงเคราะห์ผู้คนที่ประสบความเดือดร้อน และสร้างสาธารณประโยชน์มาโดยตลอด ทั้งต่อชุมชน ชาวบ้าน วัดและหน่วยงานราชการต่าง ๆ