ชาวนาน้ำตาตกใน ลงทุน 5 หมื่นบาท ขายข้าวได้ 3 หมื่นบาท

ชาวนาน้ำตาตกใน ลงทุน 5 หมื่นบาท ขายข้าวได้ 3 หมื่นบาท

View icon 58
วันที่ 12 พ.ค. 2569 | 10.52 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ทุกอย่างขึ้นราคาหมด ยกเว้นราคาข้าวตกต่ำ ชาวนามหาสารคามถึงกับน้ำตาตกใน ลงทุน 5 หมื่นบาท ทำนา 11 ไร่ ขายข้าวนาปรังได้ 3 หมื่นบาท ขาดทุนยับ วอนรัฐบาลปรับราคาสูงขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ ต.เกิ้ง อ.เมืองมหาสารคาม จ.มหาสารคาม เกษตรกรเร่งไถนาปรับพื้นที่เตรียมพร้อมทำนาปี เอาฤกษ์เอาชัยในวันพืชมงคล หลังจากช่วงที่ผ่านมาชาวนาได้ทำนาปรัง ซึ่งมีต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น ทั้งค่าน้ำมัน ค่าปุ๋ย ค่ายาฆ่าย่า แต่ราคาข้าวตกต่ำ ทำให้ขาดทุน แต่ก็ยังต้องทำนาปี เพราะเป็นอาชีพ ทำสืบทอดมาตั้งแต่บรรพบุรุษ

นางสุนีย์ อายุ 62 ปี บอกว่า ตนมีนา 11 ไร่ ที่ผ่านมาปลูกข้าวนาปรัง ลงทุน 50,000 บาท ปัจจัยทุกอย่างขึ้นราคาหมด ทุกอย่างจ้างหมด แม้ทำนาแล้วขาดทุนก็ต้องทำ เพราะทำมาตั้งแต่บรพพบุรุษ ไม่สามารถทำงานอย่างอื่นได้ โดยเหมาจ่ายค่าไถ 3 รอบ ไร่ละ 900 บาท จ้างหว่าน จากเดิมไร่ละ 100 บาท ปรับขึ้นเป็นไร่ละ 200 บาท ค่าปุ๋ย กระสอบละ 1,050 บาท ค่าปั่นดิน จากเดิมไร่ละ 800 บาท เป็น 900 บาท รถเกี่ยว ปกติไร่ละ 500  บาท รอบนี้เพิ่มเป็น 600 บาท ค่ารถขนข้าวไปขาย ปกติคิดตันละ100 บาท ปัจจุบันคิดเพิ่มเป็นร้อยกว่าบาท อ้างว่าน้ำมันแพง ค่าแรงก็แพง นี่เป็นค่าใช้จ่ายนาปรัง

ส่วนน้ำที่ปล่อยเข้านาก็ต้องซื้อ เพราะพื้นที่นาคลองชลประทานไม่ผ่าน จำเป็นต้องซื้อน้ำจาก อบต มาลงพื้นที่นาตนเอง โดยซื้อน้ำจาก อบต. โดยจะแบ่งกันกับพื้นที่นาใกล้เคียง เพื่อเฉลี่ยกันออกค่าซื้อน้ำเข้ามาในพื้นที่นา โดยซื้อน้ำชั่วโมงละ 100 บาท เริ่มจากเวลา 08.00 น. - 18.00 น. เป็นเวลา 1 วัน ลงทุนทั้งหมด 11 ไร่ เป็นเงิน 50,000 กว่าบาท แต่ขายข้าวได้ 30,000 บาท หากทำนาปรังรอบนี้ คาดว่าต้นทุนน่าจะสูงขึ้นกว่านี้ เช่นราคาปุ๋ย ทั้งหมดต้นเหตุมาจากราคาน้ำมันแพง ส่งผลกระทบให้อย่างขึ้นปรับขึ้นราคาไปด้วย อยากให้รัฐบาลช่วย ปรับราคาข้าวขึ้นอีก ให้ลดราคาปุ๋ยลงอีก ซึ่งอยากให้รัฐให้ราคาข้าวอยู่ที่กิโลกรัมละ 10 บาทขึ้นไป หากต่ำกว่า10 บาท ถือว่าขาดทุน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง