สีหศักดิ์ พิจารณาทำวีซาใหม่ ป้องกันกระทบความมั่นคง

View icon 20
วันที่ 12 พ.ค. 2569 | 11.07 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - กระทรวงการต่างประเทศ เตรียมพิจารณาวีซาหลายชนิดในประเทศไทย ต้องการให้เกิดความรัดกุมไม่เจาะจงทำกับคนต่างชาติประเทศใดเป็นกรณีพิเศษ หวั่นใช้วีซาเข้ามาทำเรื่องกระทบความมั่นคง หลังมีวีซาฟรี 60 วันสำหรับนักท่องเที่ยว

สีหศักดิ์ พิจารณาทำวีซาใหม่ ป้องกันกระทบความมั่นคง
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ บอกว่า การให้วีซาฟรีการท่องเที่ยวถึง 60 วันอาจจะเยอะไป อาจมีคนที่ไม่ได้มาเพื่อการท่องเที่ยว จึงจะลดเหลือ 30 วันเพื่อให้รัดกุมยิ่งขึ้น เพราะบางส่วนอาจสุ่มเสี่ยงต่อความมั่นคง ที่เตรียมเสนอตั้งแต่รัฐบาลนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล หนึ่งแล้ว แต่มีการเลือกตั้ง จึงเลื่อนออกไปและอยู่ในขั้นตอน สำนักงานรัฐมนตรี สอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการจะยุบรวมชนิดของวีซาที่ปัจจุบันมีจำนวนมาก

บุกจับชาวเมียนมา ลักลอบเปิดร้านแว่นตา จ.เชียงใหม่
นอกจากปัญหานักท่องเที่ยวไม่มีคุณภาพแล้ว แรงงานประเทศเพื่อนบ้านลักลอบเข้ามาทำงาน เข้ามาเป็นเจ้าของกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาต ก็กลายเป็นปัญหา

ที่จังหวัดเชียงใหม่ ตำรวจท่องเที่ยว และแรงงานจังหวัดเชียงใหม่ บุกเข้าจับกุมร้านขายแว่นตา ใกล้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อำเภอเมืองเชียงใหม่ หลังจากสืบทราบว่ามีชาวเมียนมาเป็นเจ้าของ  และลูกจ้างในร้านทั้งหมด ก็เป็นชาวเมียนมา   

ตำรวจชุดสืบสวนจึงได้วางแผนส่งเจ้าหน้าที่แฝงตัวเข้าไปใช้บริการวัดสายตาเพื่อตัดแว่น แต่ทางร้านได้ปฏิเสธการให้บริการ โดยอ้างว่า "คุณหมอไม่สามารถสื่อสารภาษาไทยได้" พร้อมแนะนำให้ไปใช้บริการร้านอื่น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสดงตัวเข้าจับกุม

ตรวจสอบภายในร้าน พบชาวเมียนมาทำหน้าที่ให้บริการวัดสายตา และเกี่ยวข้องกับการดำเนินกิจการภายในร้าน จึงได้จับกุมผู้ต้องหาชาวเมียนมา จำนวน 5 คน ในจำนวนนี้มี 1 คน เป็นผู้จัดการร้าน แต่ไม่มีใบอนุญาตทำงานในราชอาณาจักร  โดยร้านดังกล่าวเปิดให้บริการมาประมาณ 2 เดือน มีการประชาสัมพันธ์ในกลุ่มชาวเมียนมาที่พักอาศัยอาศัยอยู่ในเชียงใหม่ให้มาใช้บริการ

จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือทำงานนอกเหนือสิทธิที่มี ส่วนผู้จัดการร้าน ถูกแจ้งเพิ่มเติมอีก 1 ข้อหา คือ เป็นนายจ้างรับบุคคลต่างด้าวเข้าทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต ก่อนนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.ช้างเผือก ดำเนินคดีตามกฎหมาย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง