ข่าวเย็นประเด็นร้อน - เรื่อง "ส่วยสติกเกอร์" ไม่ใช่มีแต่หน้ากระจกรถบรรทุก บนกระจกรถแท็กซี่ก็มี นายกสมาคมการค้าเครือข่ายแท็กซี่ไทย ยอมรับ มีการเรียกค่าใช้จ่ายเพื่อดูแลกลุ่มแท็กซี่เถื่อน
หลังเพจแท็กซี่ไทย ให้ข้อมูล ส่วยสติกเกอร์ ทั้งรูปปีกนก และรูปมังกรสีเขียว พร้อมแจ้งพิกัดบริเวณโค้งกินซ่า ย่านรังสิต จังหวัดปทุมธานี หลังพบว่ารถที่จอดบริเวณนั้นจะติดสติกเกอร์แทบทุกคัน และมักจอดเรียงคิวบนถนน กีดขวางการจราจร ทั้งเช้าและเย็น
ทีมข่าว 7HD ลงพื้นที่สำรวจ ปรากฏว่าเช้านี้สติกเกอร์มังกรเขียวหายไปแล้ว แต่ใช่ว่าจะไม่เคยมี เพราะได้ข้อมูลจากผู้ให้บริการรถแท็กซี่ ทราบว่า สติกเกอร์ดังกล่าวมีค่าธรรมเนียมเดือนละ 600-800 บาท ใครจ่ายก็สามารถนำรถจอดจุดโค้งกินซ่า และรับผู้โดยสารได้ โดยตำรวจไม่จับ
ขณะที่ ผู้ใช้สื่อออนไลน์ให้ข้อมูลอีกหลายจุด เช่น วินหน้าโรงพยาบาลรามาธิบดี จังหวัดสมุทรปราการ จุดนั้นน่าสงสัย แท็กซี่สามารถเข้าไปส่งคนไข้ได้ แต่ห้ามรับผู้โดยสารออกมา รับได้เฉพาะแท็กซี่ที่โรงพยาบาลจัดสรรให้เท่านั้น, ย่านเขตจตุจักร ก็มีช่วงเสาร์-อาทิตย์, แถวหน้าราชนาวีสโมสร, แถวมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ย่านรังสิต ก็มี ทั้ง ๆ ที่แท็กซี่ไม่ต้องมีวิน และถามหาเรื่องนี้ใครเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบ
และหลังเป็นข่าว เช้านี้ พ.ต.อ.นิรันดร พักสุบัน รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี และ พ.ต.อ.อดิเรก โปธิปัน ผู้กำกับการ สถานีตำรวจภูธรประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ โร่ลงพื้นที่ และออกใบสั่งออนไลน์ เปรียบเทียบปรับรถแท็กซี่ที่จอดบริเวณโค้งกินซ่า ข้อหากีดขวางการจราจร และแต่งกายไม่สุภาพ โดยเปรียบเทียบปรับ 1,200 บาท ซึ่งที่กระจกหลังของรถก็มีสติกเกอร์ปีกนก และมังกรเขียวด้วย โดย นายสมัคร มนทบ ผู้ให้บริการรถแท็กซี่ ยืนยัน ไม่ใช่สติกเกอร์ส่วย แต่เป็นสติกเกอร์ ชมรมมังกรเขียว สัญลักษณ์สมาชิก เพื่อติดต่อรับงานลูกค้าตามโรงแรม โดยจะสื่อสารกันผ่านแอปพลิเคชัน ZERO
ย้อนแย้งกับ นายวิฑูรย์ แนวพานิช นายกสมาคมการค้าเครือข่ายแท็กซี่ไทย ยอมรับว่า ส่วยสติกเกอร์แท็กซี่มีจริง จ่ายจริง และมีหลายแบบ แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าใครเรียกเก็บ ชี้รถส่วนใหญ่เป็นรถที่หมดอายุการใช้งาน ไม่สามารถทำประกันภัยได้ ส่งผลให้รถเหล่านี้ไม่สามารถวิ่งให้บริการในเขตเมืองได้ จึงกระจายตัวไปยังพื้นที่ชานเมือง และรวมตัวกันให้บริการตามจุดต่าง ๆ จนเกิดการจัดระเบียบกันเอง นำมาสู่การเรียกเก็บค่าคุ้มครอง
การแก้ปัญหาต้องอาศัยการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดยเฉพาะจากตำรวจในพื้นที่