วันนี้ (12 พ.ค. 69) นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานในการประชุมเตรียมความพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมชุมชนประจำปี 2569
โดยมีหน่วยงานด้านการบริหารจัดการน้ำและบรรเทาสาธารณภัยเข้าร่วมประชุม อาทิ ชลประทานจังหวัด, ปภ.เขต 5, ปภ.จังหวัด, ท้องถิ่นจังหวัด, ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาจังหวัด
พร้อมด้วยผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาในพื้นที่ ทั้งลำตะคอง, ลำแชะ, ลำมูลบน, ลำพระเพลิง และทุ่งสัมฤทธิ์ รวมถึงผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 5 เพื่อวางกรอบการทำงานเชิงรุกรับมือสถานการณ์ฝนตกหนักในช่วงฤดูฝนที่กำลังจะมาถึง
นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ช่วงฤดูฝน ซึ่งคาดการณ์ว่าจะสิ้นสุดในช่วงปลายเดือนตุลาคม
ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมและลดผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนให้น้อยที่สุด จังหวัดนครราชสีมาจึงได้กำหนดแนวทางปฏิบัติเร่งด่วน 8 มาตรการ ประกอบด้วย
1.การเฝ้าติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาและกรมชลประทาน เพื่อประเมินสถานการณ์น้ำในพื้นที่และแจ้งเตือนประชาชนได้อย่างทันท่วงที
2.การกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ ให้เร่งรัดการขุดลอกคูคลอง กำจัดวัชพืช และสิ่งปฏิกูลในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขังเป็นประจำ โดยเฉพาะพื้นที่ชุมชน โรงพยาบาล และย่านเศรษฐกิจ
3.การเตรียมความพร้อมกำลังพลและเครื่องจักร ให้ ปภ. และหน่วยทหารในพื้นที่ เตรียมความพร้อมของเครื่องจักรกลและเจ้าหน้าที่ชุดเผชิญเหตุตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเข้าช่วยเหลือประชาชนทันทีที่เกิดภัย
4.ความปลอดภัยต้องมาก่อน ในกรณีที่เกิดสถานการณ์วิกฤต ให้ลำดับความสำคัญไปที่การอพยพและการช่วยชีวิตประชาชนเป็นอันดับแรก พร้อมจัดหาสถานที่พักพิงที่ปลอดภัยและเพียงพอ
5.การดูแลเส้นทางคมนาคม สั่งการให้กรมทางหลวงและทางหลวงชนบท จัดเตรียมเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกในจุดที่มีน้ำท่วมขังบนผิวจราจร ติดตั้งป้ายเตือนและแนะนำเส้นทางเลี่ยง โดยเฉพาะรถขนาดเล็กและรถไฟฟ้า (EV)
6.การสื่อสารระดับพื้นที่ต้องรวดเร็วถูกต้อง ให้ผู้บริหารท้องถิ่น กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ใช้สื่อทุกช่องทาง รวมถึงหอกระจายข่าวในการสร้างความรับผิดชอบและแจ้งข่าวสารที่ถูกต้องแก่ประชาชนในพื้นที่
7.จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ ให้ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ระดับจังหวัดและอำเภอ เป็นแกนกลางในการสั่งการและประสานงานระหว่างหน่วยงานทุกภาคส่วนอย่างเป็นระบบ
8.การบริหารจัดการน้ำเชิงรุก ขอให้หน่วยงานชลประทานวางแผนการระบายน้ำและการกักเก็บน้ำอย่างสมดุล เพื่อป้องกันน้ำท่วมและเตรียมความพร้อมสำหรับสำรองน้ำไว้ใช้ในช่วงหน้าแล้งปีถัดไป นายอนุพงศ์ กล่าว