อภิสิทธิ์ ชี้รัฐบาลในอดีตกู้เงิน เพราะเกิดวิกฤต

View icon 15
วันที่ 13 พ.ค. 2569 | 11.33 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - อภิสิทธิ์ ยืนยันการออก พ.ร.ก.กู้เงินครั้งนี้ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ โต้รัฐบาล หยุดอ้างรัฐบาลชุดก่อนก็กู้เงิน เพราะอดีตมีวิกฤตทั้งต้มยำกุ้ง และโควิด-19 ต่างจากปัจจุบัน ที่จีดีพีเป็นบวก

"อภิสิทธิ์" ชี้รัฐบาลในอดีตกู้เงิน เพราะเกิดวิกฤต
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า รัฐบาลมักพูดเสมอว่า รัฐบาลในอดีตก็เคยกู้เงินมา เพื่อแก้ไขสถานการณ์เหมือนกัน

แต่ในอดีตปี 2541 มีวิกฤตต้มยำกุ้ง, ปี 2552 มีวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ และปี 2563-64 มีวิกฤตโควิด-19 จีดีพีติดลบ แต่ปัจจุบันจีดีพีปี 69 เติบโต +1.5% จึงตั้งคำถามว่า การกู้เงินครั้งนี้ มีตรงไหนบ้างที่เศรษฐกิจไม่มั่นคง และหากกู้มาแล้วจะสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจได้จริงหรือไม่

"อภิสิทธิ์" ซัด ออก พ.ร.ก.กู้เงิน ซ้ำเติมเศรษฐกิจ
การออก พ.ร.ก.กู้เงินครั้งนี้ ไม่เป็นไปตามหลักหลักเกณฑ์ และความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ยังเป็นการซ้ำเติม และเพิ่มความเสี่ยงให้เศรษฐกิจไม่มีความมั่นคงเพิ่มขึ้น  

ยืนยันว่า วิกฤติครั้งนี้เป็นวิกฤตต้นทุน การช่วยเหลือ คือ ทำอย่างไรให้ต้นทุนต่ำ โดยเสนอให้ลดภาษี หรือ งดเว้นการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมัน และลดค่าการกลั่น เข้าใจว่า ประชาชนเดือดร้อน แต่พรรคมั่นใจว่า มีวิธีการที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และถูกต้องตามหลักเศรษฐศาสตร์ที่จะช่วยเหลือได้ โดยไม่ต้องกู้เงิน

จ่อยื่นญัตติ ตั้ง กมธ.วิสามัญ ถก พ.ร.ก.กู้เงิน
ด้านนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ยืนยันว่า วันพรุ่งนี้ (14พ.ค.) ฝ่ายค้านแสดงเจตนารมย์แล้วว่า จะเสนอญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาเพื่อศึกษา และตรวจสอบการใช้งบประมาณจากการออก พ.ร.ก.กู้เงิน

ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ เพราะเมื่อครั้งที่รัฐบาลชุดก่อนกู้เงินเพื่อใช้แก้ไขปัญหา โควิด-19 ก็มีคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาตรวจตรวจสอบเช่นกัน ดังนั้นการมีคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาตรวจสอบการใช้งบประมาณก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ

"เอกนิติ" ยันเดินหน้า พ.ร.ก.กู้เงิน
ขณะที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยืนยันว่า พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ยังเดินหน้าได้ตามปกติ เข้าใจว่าทุกคนก็ทำหน้าที่ของตัวเอง เพราะในอดีตออก พ.ร.ก.ทีไร ฝ่ายค้านก็ฟ้องทุกครั้ง

ซึ่งฝ่ายค้าน ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ได้เฉพาะประเด็นความมั่นคงทางเศรษฐกิจเท่านั้น ส่วนประเด็นความจำเป็นเร่งด่วน ยืนยันว่าเป็นอำนาจของฝ่ายบริหาร

ข่าวที่เกี่ยวข้อง