“อภิสิทธิ์” แนะ “นายกฯ” แก้วิกฤตที่ต้นเหตุ จะได้ไม่ต้องไปขี่รถพุ่มพวง

“อภิสิทธิ์” แนะ “นายกฯ” แก้วิกฤตที่ต้นเหตุ จะได้ไม่ต้องไปขี่รถพุ่มพวง

View icon 52
วันที่ 13 พ.ค. 2569 | 12.40 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
วิกฤตต้นทุน “อภิสิทธิ์” แนะแก้ที่ต้นเหตุ ลดเก็บภาษีน้ำมัน ลดค่าการกลั่น “นายกฯ” จะได้ไม่ต้องไปขี่รถพุ่มพวง
.
วันนี้ (13 พ.ค.69) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  แถลงข่าวกรณีรัฐบาลออกพระราชกำหนดเงินกู้ฯ 400,000 ล้านบาท ว่า การตราพระราชกำหนด เป็นมาตรการยกเว้นการพ่วงอำนาจในระบอบประชาธิปไตยแต่มีเงื่อนไขกำกับไว้ว่าทำได้ในบางสถานการณ์เท่านั้น
.
ยกตัวอย่างวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2541 จีดีพีติดลบ 8 ไตรมาสติดต่อกัน ระบบธนาคารล้มละลาย ทุนสำรองระหว่างประเทศหมด
.
วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ปี 2552 จีดีพีติดลบ 7.1% การส่งออกการท่องเที่ยวติดลบอย่างรุนแรง ประเทศมีปัญหาด้านการเงินคงคลัง จึงจำเป็นต้องมีการกู้เงินพิเศษ
.
วิกฤตโควิด-19 ปี 2563-2564 ต้องล็อกดาวน์ กิจกรรมทางเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวหยุดชะงัก
.
แต่ปัจจุบันจีดีพีของประเทศในปี 2569 เติบโต +1.5% การส่งออกเดือนมีนาคม 2569 โตขึ้น 19.3% รายรับนักท่องเที่ยวจากต่างชาติเดือนมีนาคม 2569 +7.2% ดัชนีการบริโภคภาคเอกชน +3.6% ขณะเดียวกัน Moody จัดอันดับให้สถานะทางเศรษฐกิจของไทยอยู่ในในระดับ stable

ดังนั้น จึงตั้งคำถามถึงการออกพระราชกำหนดเงินกู้ฯ 400,000 ล้านบาทในครั้งนี้วต่างจากการกู้ครั้งก่อนก่อนอย่างไร มีตรงไหนบ้างที่เศรษฐกิจไม่มั่นคง 
.
รัฐบาลต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายวินัยการเงินการคลัง หากละเมิดจุดนี้ ฝ่ายค้านก็จะใช้กลไกตามรัฐธรรมนูญในการตรวจสอบต่อไป
.
นายอภิสิทธิ์ ยืนยันว่า วิกฤติครั้งนี้เป็นวิกฤตต้นทุน จึงเสนอให้ลดภาษี หรืองดเว้นการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เพียงแค่มาตรการนี้ ราคาน้ำมันดีเซลลงไปอยู่ที่ลิตรละ 33 บาท การลดต้นทุนที่ทำให้น้ำมันลดลงอีก 7 บาท เป็นการช่วยที่ต้นตอของปัญหา ขออย่ามองว่าการลดราคาน้ำมันเป็นการช่วยคนขับรถ แต่เป็นการช่วยประชาชนที่ต้องซื้อของสูงขึ้น จากราคาต้นทุนน้ำมันการขนส่งที่สูงขึ้น
.
นายอภิสิทธิ์ ระบุ ทราบดีว่าตอนนี้กฎหมายเพื่อกู้เงิน มีผลบังคับใช้ไปแล้ว แต่การโต้แย้งก็ถือว่าเป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย หากรัฐบาลฟังอยู่สามารถเปลี่ยนใจได้ อยากให้แก้ที่ต้นเหตุ ไม่ต้องสร้างภาระให้กับประชาชน และนายกรัฐมนตรี ก็ไม่ต้องไปขับรถพุ่มพวงด้วย
.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง