รวบกำนันตำบลแห่งหนึ่ง รับสารภาพตัดไม้สร้างบ้านกลางป่าสงวน

รวบกำนันตำบลแห่งหนึ่ง รับสารภาพตัดไม้สร้างบ้านกลางป่าสงวน

View icon 32
วันที่ 13 พ.ค. 2569 | 18.01 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
รวบกำนันตำบลแห่งหนึ่ง รับสารภาพตัดไม้สร้างบ้านกลางป่าสงวน ที่ อำเภอลอง จังหวัดแพร่ หลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพบไม้หวงห้าม ทั้ง ไม้สัก ไม้ประดู่ ถูกตัดมากองอยู่หน้าบ้าน

ที่บริเวณป่าหลิ่งดู่ หมู่ที่ 1 ตำบลต้าผามอก อำเภอลอง จังหวัดแพร่ เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พร.10 (แม่ต้า) ร่วมกับชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้ สจป.ที่ 3 สาขาแพร่ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจังหวัดแพร่ ฝ่ายปกครองอำเภอลอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ ร้อย ตชด.323 กก.ตชด.32 (พะเยา) เจ้าหน้าที่ตำรวจชุด ศปทส.ภาค 5 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เวียงต้า สนธิกำลังเข้าตรวจยึดไม้หวงห้าม และบ้านปลูกสร้าง ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ต้า ฝั่งซ้าย อำเภอลอง จังหวัดแพร่ หลังได้รับหนังสือร้องเรียนกรณีมีการบุกรุกพื้นที่ป่า ลักลอบตัดไม้ และปลูกสร้างสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ พบบ้านไม้ยกสูงถาวรจำนวน 1 หลัง บริเวณหน้าบ้านพบไม้สักท่อนจำนวน 5 ท่อน และด้านหลังบ้านพบไม้ประดู่ท่อนจำนวน 2 ท่อน ซึ่งไม้ทั้งหมดมีสภาพใหม่ สด และไม่ปรากฏรอยดวงตราอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ รวมถึงไม่มีรอยดวงตราของรัฐบาลหรือสวนป่าเอกชนแต่อย่างใด จากการตรวจสอบพื้นที่โดยรอบยังพบร่องรอยการชักลากไม้จากพื้นที่ป่า และพบตอไม้ถูกลักลอบตัดหลายจุด ส่งผลให้พื้นที่ป่าได้รับความเสียหายกว่า 30 ไร่

ต่อมานายยุทธนา กำนันตำบลแห่งหนึ่ง ได้มาแสดงตนเป็นเจ้าของบ้านหลังดังกล่าว พร้อมให้การว่าพื้นที่ดังกล่าวไม่มีเอกสารสิทธิ์ ส่วนไม้ที่ใช้ก่อสร้างบ้านบางส่วนซื้อมาจากชาวบ้าน และบางส่วนตัดมาจากพื้นที่ป่าบริเวณดังกล่าว จากการตรวจสอบตัวบ้านพบเป็นบ้านไม้ยกสูง ใช้เสาไม้สักจำนวน 20 ต้น ฐานเสาเทคอนกรีต ตัวบ้านสร้างด้วยไม้ทั้งหลัง มุงหลังคาเมทัลชีท และเมื่อตรวจสอบพิกัดพบว่าอยู่ภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ต้าฝั่งซ้าย พร้อมตรวจพบตอไม้ถูกตัดจำนวน 16 ตอ อยู่ภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติทั้งหมด

ในชั้นจับกุมนายยุทธนา รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่จึงร่วมกับพนักงานสอบสวน สภ.เวียงต้า ตรวจยึดไม้สักท่อนจำนวน 5 ท่อน ปริมาตร 1.608 ลูกบาศก์เมตร มูลค่าความเสียหายของรัฐ 96,480 บาท และไม้ประดู่ท่อนจำนวน 2 ท่อน ปริมาตร 0.855 ลูกบาศก์เมตร มูลค่าความเสียหาย 29,925 บาท รวมมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นกว่า 126,405 บาท

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังตรวจพบไม้สักถูกตัดโค่นและชักลากมากองรวมไว้ในพื้นที่อีก 1 กอง โดยบริเวณใกล้ลำห้วยพบแท่นเลื่อยเก่าจำนวน 1 แท่น พร้อมกองขี้เลื่อยเก่า คาดว่าเคยใช้แปรรูปไม้มาแล้วประมาณ 2 สัปดาห์ เมื่อตรวจสอบไม้ทั้งหมด พบเป็นไม้สักท่อนสภาพใหม่ ไม่เคยผ่านการใช้งาน และไม่มีรอยดวงตราอนุญาตเช่นเดียวกัน ก่อนร่วมกันตรวจนับ วัดขนาด และคำนวณปริมาตรไม้สัก ของกลางได้จำนวน 41 ท่อน ปริมาตรรวม 7.228 ลูกบาศก์เมตร คิดเป็นมูลค่าความเสียหายของรัฐ จำนวน 433,680 บาท ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า บ้านพักที่ปลูกสร้างในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติจะต้องรอคำสั่งศาล หากศาลมีคำสั่งให้รื้อถอน เจ้าหน้าที่จะเข้าดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป