“ผำ” ซูเปอร์ฟูดสัญชาติไทย มุ่งสู่ฉายา “ทองคำสีเขียว” โปรตีนพืชชื่อดัง แปรรูปได้มูลค่าสูง 3,000-5,000 บาทต่อกิโลกรัม

“ผำ” ซูเปอร์ฟูดสัญชาติไทย มุ่งสู่ฉายา “ทองคำสีเขียว” โปรตีนพืชชื่อดัง แปรรูปได้มูลค่าสูง 3,000-5,000 บาทต่อกิโลกรัม

View icon 45
วันที่ 14 พ.ค. 2569 | 10.11 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
สนค. ชี้เป้าขุมทรัพย์ใหม่ ดัน Future Food ไทยผงาดตลาดโปรตีนพืชโลก เร่งขยายตลาดส่งออก สู่อเมริกา ยุโรป ตะวันออกกลาง และญี่ปุ่น
.
วันนี้ (14 พ.ค.69) นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า “ผำ” พืชอาหารพื้นบ้านดั้งเดิมของไทย สามารถตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพ และความยั่งยืนได้อย่างสมบูรณ์แบบ เพราะผำมีโปรตีนประมาณ 30-50% ของน้ำหนักแห้ง กรดอะมิโนจำเป็นใกล้เคียงกับโปรตีนจากสัตว์ อุดมด้วยใยอาหาร วิตามินเอ วิตามินบี ธาตุเหล็ก แคลเซียม และสารต้านอนุมูลอิสระ จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการโปรตีนทางเลือก และอาหารสุขภาพจากธรรมชาติที่ผ่านการแปรรูปต่ำ
.
ต้นทุนการผลิตต่ำกว่าพืชโปรตีนอื่น เก็บผลผลิตขายได้ทุกวัน สามารถสร้างรายได้หมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง และสามารถพัฒนาเป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ที่สนับสนุนแนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy)
.
และ การแปรรูปผำสดเป็นผลิตภัณฑ์พรีเมียมอย่างผงโปรตีนอบแห้ง มีมูลค่าสูงถึง 3,000 - 5,000 บาทต่อกิโลกรัม มีผู้ประกอบการหลายแห่ง กำลังเร่งขยายการส่งออกสู่ตลาดอเมริกา ยุโรป ตะวันออกกลาง และญี่ปุ่น ที่ต้องการพืชโปรตีนที่มีคาร์บอนฟุตพริ้นท์ต่ำ และมีวิตามินบี 12 ซึ่งหาได้ยากในพืชทั่วไป จึงเป็นเครื่องยืนยันว่า ภาคธุรกิจพร้อมที่จะดันผำไทยให้เป็น “ทองคำสีเขียว” แห่งวงการโปรตีนทางเลือกโลก
.
ด้านหน่วยงานภาครัฐและสถาบันการศึกษาของไทย เช่น กรมวิชาการเกษตร สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส.) และมหาวิทยาลัยมหิดล ก็เร่งยกระดับศักยภาพของผำไทย ในช่วงปี 2567-2568
.
ข้อมูลจากการวิจัยและพัฒนาของภาครัฐระบุว่า ไทยประสบความสำเร็จในการพัฒนาสายพันธุ์ผำระดับซูเปอร์ฟู้ดคุณภาพสูงถึง 3 สายพันธุ์ ที่ให้โปรตีนสูง 46 - 48.6%  และกำลังเร่งถ่ายทอดเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงผ่าน “ฟาร์มผำต้นแบบระดับอุตสาหกรรม” เชิงพาณิชย์ ตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) เพื่อรับประกันผลผลิตที่สะอาด ปลอดภัย และปราศจากการปนเปื้อน ปูทางสู่การรับรองมาตรฐานสากลและก้าวเป็น “อาหารแห่งอนาคต” (Future Food) ที่ตอบโจทย์ความมั่นคงทางอาหารโลกได้อย่างยั่งยืน
.
สำหรับผู้ประกอบการไทย “ผำ” คือ โอกาสในการเปลี่ยนบทบาทจากผู้ขายวัตถุดิบมาเป็นผู้แปรรูปซูเปอร์ฟูด ภาครัฐสามารถช่วยประชาสัมพันธ์คุณสมบัติ และคุณประโยชน์ของผำให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น ซึ่งผำยังมีโอกาสเติบโตอีกมากในอนาคต ตามเทรนด์ตลาดสุขภาพที่เติบโตอย่างรวดเร็ว
.
ด้วยจุดแข็งด้าน Plant-Based และการติดฉลากคลีน (Clean Label) จะทำให้ผำก้าวข้ามตลาดเฉพาะกลุ่มขึ้นแท่นอาหารแห่งอนาคต (Future Food) เพื่อใช้เป็นใบเบิกทางเข้าสู่ตลาดที่มีกำลังซื้อสูงได้อย่างยั่งยืน โอกาสทางธุรกิจจึงไม่ได้อยู่ที่การผลิตให้มากกว่าเดิม แต่อยู่ที่การผลิตให้ ‘ตอบโจทย์ตลาดและผู้บริโภค’ มากขึ้น
.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง