ห้องข่าวภาคเที่ยง - ดรามากลางงานศพ ศึกชิงอาสนะสวด พระ 2 วัด คุยกันไม่ลงตัว จนเจ้าภาพทนไม่ไหว ประกาศออกไมค์ เป็นการอบรม ถามว่า "ลูกศิษย์หลวงพ่อเดียวกัน แต่ทำไมถึงประกอบพิธีร่วมกันไม่ได้"
ดรามากลางงานศพที่วัดแห่งหนึ่ง ใน ตำบลสลุย อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร หลังเจ้าอาวาสสั่งห้ามพระจากต่างวัด ขึ้นนั่งบนอาสนะสงฆ์ เพื่อร่วมประกอบพิธีสวดศพ อ้างเป็นกฎของวัด ทำให้เจ้าภาพต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้า โดยให้พระทั้ง 10 รูป นั่งสวดอยู่บริเวณโต๊ะรับแขกด้านล่าง ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากชาวบ้านจำนวนมาก
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา ภายในศาลาฌาปนสถาน วัดถ้ำพรุตะเคียน ซึ่งระหว่างทำพิธีให้ นายคุ่ย อายุ 70 ปี ผู้เสียชีวิต
น้องชาย "นายวิโรจน์" ซึ่งเป็นเจ้าภาพ ได้นิมนต์พระจากวัดเขาเจดีย์อีก 10 รูป มาร่วมสวดพระอภิธรรม ร่วมกับพระวัดถ้ำพรุตะเคียน ที่มีอยู่ 15 รูป รวมเป็น 25 รูป เนื่องจากผู้เสียชีวิต มีความเลื่อมใสศรัทธาทั้ง 2 วัด เพราะทั้ง 2 วัด เป็นลูกศิษย์สาย "หลวงพ่อโปร่ง" พระเกจิชื่อดังเหมือนกัน
เมื่อถึงช่วงประกอบพิธี เจ้าอาวาสวัดถ้ำพรุตะเคียน กลับไม่อนุญาตให้พระจากวัดเขาเจดีย์ ขึ้นนั่งบนอาสนะที่จัดเตรียมไว้ โดยอ้างว่า ข้อตกลงและกฎของวัด จนสร้างความตกใจให้กับญาติผู้เสียชีวิตและชาวบ้าน เพราะหลายคนไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน
ด้านนายวิโรจน์ น้องชายผู้เสียชีวิต เผยว่า ครอบครัวศรัทธา "หลวงพ่อโปร่ง" จึงตั้งใจนิมนต์พระทั้ง 2 วัด มาร่วมพิธี หวังเพียงให้พี่ชายได้รับบุญใหญ่จากพระจำนวนมาก แต่กลับต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้กลางงานศพ
ล่าสุด เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวในพื้นที่ ไปติดตามความคืบหน้ากรณีดรามาที่เกิดขึ้น สอบถาม พระครูบัณฑิตธรรมธาดา ผู้รักษาการแทนเจ้าคณะจังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานข้อเท็จจริงอย่างครบถ้วน แต่ได้ประสานไปยังนายอำเภอปะทิว ให้เร่งตรวจสอบรายละเอียด เพื่อรวบรวมข้อมูลก่อนพิจารณาดำเนินการตามความเหมาะสม
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อาจเกิดจากเจ้าภาพนิมนต์พระจากวัดเขาเจดีย์ มาร่วมพิธีสวดศพเอง โดยไม่ได้แจ้ง หรือ ปรึกษาเจ้าอาวาสวัดถ้ำพุตะเคียนล่วงหน้า ทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนกัน ซึ่งปัจจุบันหลายวัดมีพระจำพรรษาไม่เพียงพอ การนิมนต์พระจากต่างวัดมาร่วมประกอบพิธี จึงถือเป็นเรื่องปกติที่พบได้ทั่วไป หากมีกฎภายในที่ห้ามพระต่างวัดขึ้นร่วมพิธีจริง ก็ควรกลับมาทบทวน เพราะอาจเป็นแนวปฏิบัติที่ไม่เหมาะสม และสร้างความรู้สึกกระทบกระเทือนต่อเจ้าภาพและญาติผู้เสียชีวิต