จับตาการหารือกันระหว่าง "ทรัมป์" และ "สี จิ้นผิง" ผู้นำของ 2 ประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก ขณะที่ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวชม "สี จิ้นผิง" เป็นผู้นำที่ยอดเยี่ยม
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้รับการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ ณ มหาศาลาประชาชน ในปักกิ่ง โดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ได้เดินลงมาจากพรมแดงเพื่อจับมือกับผู้นำสหรัฐฯ ด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่ผู้นำทั้งสองชาติจะร่วมกันตรวจแถวทหาร และทักทายเด็ก ๆ ที่ถือดอกไม้มายืนต้อนรับพร้อมโบกธงชาติจีนและสหรัฐฯ จากนั้น ทรัมป์ และ สี จิ้นผิง ได้เดินร่วมกันเข้าไปภายในอาคารมหาศาลาประชาชน เพื่อร่วมพูดคุยกัน ซึ่ง ทรัมป์ ถือเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนแรกในรอบเกือบ 10 ปี ที่เดินทางเยือนจีนอย่างทางการ คาดว่าประเด็นที่จะมีการหารือกันในครั้งนี้ครอบคลุมหลายเรื่อง อาทิ ข้อตกลงทางการค้า, สงครามอิหร่าน และการขายอาวุธของสหรัฐฯ ให้ไต้หวัน ตลอดจนการพูดคุยเกี่ยวกับประเด็นปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI
ขณะที่ สี จิ้นผิง กล่าวก่อนเริ่มการเจรจาว่าเป็นเกียรติที่ได้พบกับทรัมป์ในกรุงปักกิ่ง ตนเชื่อเสมอว่าผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างจีนกับสหรัฐฯ นั่นมีมากกว่าความแตกต่าง และความสัมพันธ์ที่มีเสถียรภาพของจีนและสหรัฐฯ เป็นสิ่งที่ดีต่อประชาคมโลก
ด้าน ทรัมป์ กล่าวว่า สี จิ้นผิง เป็นผู้นำที่ยอดเยี่ยม และมีคนกล่าวว่านี่อาจเป็นการประชุมสุดยอดครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา เขารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับกับ สี จิ้นผิง และความสัมพันธ์ระหว่างจีนและสหรัฐฯ จะดียิ่งกว่าที่เคยเป็นมา
นอกจากนี้ การเดินทางเยือนจีนในครั้งนี้ของผู้นำสหรัฐฯ ยังได้นำคณะผู้บริหารของบริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่งไปด้วย อาทิ อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ผู้บริการเทสลา (Tesla), เคลลี ออร์ตเบิร์ก (Kelly Ortberg) จากโบอิง (Boeing), ทิม คุก (Tim Cook) จากแอปเปิล (Apple) และคนที่น่าจับตา คือ เจนเซน หวง (Jensen Huang) ซีอีโอของเอ็นวีเดีย (Nvidia) ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีประเด็นที่ทรัมป์มีนโยบายไม่ให้เอ็นวิเดียขายชิปประมวลผลรุ่นใหม่ให้กับจีน โดยทรัมป์หวังขอให้จีนเปิดประเทศรับนักลงทุนจากสหรัฐฯ
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ระบุว่า พลวัตอำนาจของทั้งสองชาติได้เปลี่ยนไปนับตั้งแต่การเยือนปักกิ่งครั้งล่าสุดของทรัมป์ ซึ่งในครั้งนั้นจีนได้ทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่อต้อนรับทรัมป์ และซื้อสินค้าจากสหรัฐฯ มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ครั้งนี้สหรัฐฯ ยอมรับสถานะของจีนแล้ว พร้อมชี้ให้เห็นว่าทรัมป์ได้นำคำว่า "G2" ซึ่งหมายถึงคู่หูมหาอำนาจ กลับมาใช้อีกครั้งในการพบกับสี จิ้นผิง อีกทั้งสหรัฐฯ ยังเข้าสู่การเจรจาด้วยไผ่ในมือที่ด้อยกว่าจีน