"พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์" จ่อล่ารายชื่อฝ่ายค้านส่งศาล รธน. ฟันจริยธรรม "อนุทิน-ไชยชนก" ขู่ถอนตัวฝ่ายค้านเป็นอิสระเสียงเดียว หากฝ่ายค้านมัวแต่เป็นฝ่ายคอยร่วมรัฐบาล เตรียมลงพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ ฟ้อง "ตระกูลชิดชอบ" บุกรุกที่ดินเขากระโดง เตือนผู้ว่า รฟท. นิ่งเฉยโดนด้วย
14 พ.ค. 69 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ในฐานะหัวหน้าฯ เตรียมยื่นคำร้องถึงนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้วินิจฉัยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ขาดคุณสมบัติ มีลักษณะต้องห้าม ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 และ 170 จากคดีที่ดินเขากระโดง พร้อมยอมรับว่า แม้พรรคเสรีรวมไทย จะมี สส.เพียงคนเดียว แต่ก็ได้หารือร่วมกับฝ่ายค้าน อาทิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายวสวรรธน์ พวงพรศรี หัวหน้าพรรคไทรวมพลัง เพื่อรวบรวมรายชื่อแล้ว และจะประสานขอรายชื่อจากพรรคประชาชน และพรรคกล้าธรรมต่อไป
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยังยืนยันว่า การยื่นศาลรัฐธรรมนูญครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการกวนน้ำให้ขุ่น หรือขัดขวางไม่ให้รัฐบาลบริหารประเทศ เพราะคนไม่มีคุณธรรม จริยธรรม กระทำผิดกฎหมาย ก็จะต้องดำเนินการตามกฎหมาย การยึดที่ดินเขากระโดงมาเป็นประโยชน์ของตัวเอง และศาลฯ ได้มีคำพิพากษาแล้ว แต่ก็ยังคงนิ่งเฉย โดยได้นำพยานหลักฐาน เป็นหนังสือของกรมที่ดิน เมื่อ 27 พฤษภาคม 2498 ที่แจ้งว่า โฉนดที่ดิน จำนวน 5,083 ไร่ 80 ตารางวา ได้มาโดยพระราชกฤษฎีกา เป็นของการรถไฟ ซึ่งมีความชัดเจนว่า ที่ดินดังกล่าวเป็นของการรถไฟ แต่ปัจจุบัน กลับมีการสร้างสนามแข่งรถ สนามฟุตบอล รวมถึงที่พักของอดีตรัฐมนตรี ซึ่งศาลฯ เคยพิพากษาแล้วว่า ที่ดินดังกล่าว เป็นของการรถไฟ และศาลปกครอง ได้ขอให้กรมที่ดิน ดำเนินการเพิกถอน
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยังตั้งข้อสังเกตว่า พรรคภูมิใจไทย ในการร่วมรัฐบาล ต้องการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อนำเงินไปสนับสนุนการแข่งขัน MotoGP และกระทรวงคมนาคม ที่คุมพื้นที่การรถไฟ ป้องกันการถูกฟ้อง รวมถึงกระทรวงมหาดไทย ที่ดูแลกรมที่ดิน จนมีการบีบอธิบดีกรมที่ดินให้ลาออก และมีการแต่งตั้งใหม่ สังเกตได้จากสมัยที่นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มีการสั่งเพิกถอน แต่เมื่อนายอนุทิน กลับมาดำรงตำแหน่ง ก็ยกเลิกการเพิกถอน ซึ่งพฤติกรรต่าง ๆ ถือเป็นเป็นความผิดตามจริยธรรม ไม่ซื่อสัตย์สุจริต ฝ่าฝืนจริยธรรม ทำให้คุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรีต้องสิ้นสุดลง และนายไชยชนก ที่มาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี และครอบครองที่ดิน เมื่อดำรงตำแหน่งแล้ว เหตุใดจึงไม่คืนที่ดิน และในการยื่นบัญชีทรัพย์สิน ยังเป็นผู้บริหารสนามแข่งรถ และสนามฟุตบอลดังกล่าว ซึ่งถือว่า เป็นความผิด จึงต้องถอดถอนด้วย โดยหลังจากนี้ ตนจะพูดคุยกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพื่อขอให้ร่วมกันเข้าชื่อ เพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย
ส่วนจะใช้เวลาในการรวบรวมรายชื่อนานหรือไม่นั้น พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ บอกว่า คนเราถ้ารู้กฎหมาย พูดแปปเดียวเซ็นได้เลย เหมือนพระราชกำหนดกู้เงินของรัฐบาล ที่ตนไม่ต้องดูรายละเอียดคำร้องฝ่ายค้าน และเซ็นทันทีโดยไม่ต้องดูรายละเอียด แต่บางทีก็มี สส.ไม่ค่อยรู้ อ่านแล้วอ่านอีกกว่าจะเซ็นได้ ดังนั้น ตนจึงยังคาดไม่ได้ว่า จะแล้วเสร็จเมื่อใด แต่ของมีความชัดเจนอยู่แล้ว และทำเพื่อประเทศชาติ ถ้า สส.ไม่ลงชื่อ มัวแต่จะเป็น สส.พรรคฝ่ายคอย ต่อไปก็ไม่ต้องคบกัน และตนจะลาออกจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน มาเป็นอิสระเสียงเดียว และจะยื่นผู้ตรวจการแผ่นดิน รวมถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.แทน
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยังระบุว่า ตนเองยังเตรียมเดินทางไปจังหวัดบุรีรัมย์ ในฐานะประชาชน เพื่อแจ้งความให้ตำรวจดำเนินคดีกับตระกูลชิดชอบฐานบุกรุกที่ดินเขากระโดง และหากผู้ว่าการรถไฟคนใหม่ ยังนิ่งเฉย ก็จะโดนด้วย