แก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ หลอกเป็นตำรวจ อ้างเหยื่อพัวพันคดี ข่มขู่ให้โอนเงินตรวจสอบ ถูกตะครุบตัวคาชายแดน ขณะกลับจากกัมพูชา เข้าไทย ผ่านช่องทางธรรมชาติ
วันนี้ ( 14 พ.ค. 69 ) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) จับกุมนายสมภพ อายุ 21 ปี ผู้ต้องหา 3 หมายจับ โดยจับกุมได้ ขณะเดินทางจากกัมพูชา กลับเข้าไทย ผ่านช่องทางธรรมชาติ บริเวณชายแดน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว
สืบเนื่องจากเมื่อประมาณปลายปี 2566 กลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ได้ใช้หมายเลขโทรศัพท์จากต่างประเทศ โทรติดต่อผู้เสียหาย แสดงตนเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ หลอกลวงว่าผู้เสียหาย มีบัญชีธนาคารเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด และให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบ โดยมีการวิดีโอคอลแสดงตนเป็นตำรวจ จนผู้เสียหายหลงเชื่อ โอนเงินรวม 19 ครั้ง รวมทั้งสิ้น 927,982 บาท ก่อนเข้าแจ้งความร้องทุกข์ผ่าน ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (AOC) บช.ก. ซึ่งได้มอบหมายให้ กก.6 บก.ป. เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการสืบสวนสอบสวน
จากการสืบสวนพบว่า คดีดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน เข้าข่ายเป็น องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ต่อมา บก.ป. ได้รวบรวมหลักฐาน ขอศาลออกหมายจับ ผู้เกี่ยวข้องรวม 14 คน นำมาสู่ปฏิบัติการ “ทลายเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ รวบพนักงานและบัญชีม้า หยุดวงจรคอลเซ็นเตอร์ จึงเป็นที่มาของการเปิดปฏิบัติการ” ในวันที่ 24 ก.ย. 2567 เข้าตรวจค้น และจับกุม 9 จุดทั่วประเทศ สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 12 คน พร้อมยึดโทรศัพท์มือถือ และบัญชีธนาคารจำนวนมาก จากปฏิบัติการ ได้ข้อมูลจาก 1 ในผู้ต้องหา ที่เป็นพนักงานคอลเซ็นเตอร์ว่า การทำงานเป็นไปโดยสมัครใจ ไม่มีการบังคับขู่เข็ญ โดยทำงานในอาคารหลายชั้นในประเทศเพื่อนบ้าน แต่ละชั้นแบ่งเป็นหลายห้อง ล้วนเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในรูปแบบการหลอกลวงที่แตกต่างกัน มีชายชาวจีนเป็นผู้ควบคุมสั่งการ โดยสั่งการผ่าน หัวหน้าพนักงานคนไทย ซึ่งทำหน้าที่ควบคุม ดูแล มอบหมายงาน และออกแบบบทสนทนาในการหลอกลวงเหยื่อ ทั้งนี้ มีผู้ต้องหาพนักงานคอลเซ็นเตอร์รายหนึ่ง ยืนยันว่า นายสมภพ เป็นพนักงานคอลเซ็นเตอร์ และในคดีนี้ได้ชักชวนให้ตนมาทำงานเป็นพนักงานคอลเซ็นเตอร์ นำไปสู่การออกหมายจับนายสมภพ
และจากแนวทางสืบสวน ทราบว่า นายสมภพ มักใช้ช่องทางธรรมชาติในการข้ามแดนไทย–กัมพูชา ทำให้ยากต่อการติดตามตัวจับกุม ตำรวจได้รับข้อมูลจากสายข่าวว่า นายสมภพ กำลังจะเดินทางกลับประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ บริเวณ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว จึงเฝ้าสังเกตการณ์อยู่บริเวณดังกล่าว พบนายสมภพ กลับเข้ามาประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ จึงได้เข้าจับกุมตามหมายจับ ส่ง กก.6 บก.ป. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สอบสวนผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่า มีคนจีนมาขอบัญชีไปใช้ในการกดเงิน โดยให้สแกนหน้าผ่านทางโทรศัพท์มือถือ