ข่าวเย็นประเด็นร้อน - สามีฆ่าภรรยาตนเอง หาว่าไปมีชู้กับชายอื่น ก่อนขับรถนำศพไปมอบตัวกับตำรวจ
วงจรปิดหน้าโรงพัก จับภาพภรรยาคนที่ 1 ขับรถพานายวินัย อายุ 42 ปี สามีพร้อมกับศพของนางสาวจอยที่อยู่ในรถ ไปมอบตัวกับตำรวจ สภ.บางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี เมื่อช่วงสายที่ผ่านมา
นายวินัย รับว่า คนตายเป็นภรรยาคนที่ 2 คบหามาได้ 1 ปี ก่อนเกิดเหตุ มีปัญหาทะเลาะกันเรื่องชู้สาว เนื่องจากจับได้ว่าผู้เสียชีวิตแอบไปมีชู้กับชายขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างที่ทำงานด้วยกัน โดยก่อนหน้านี้เคยมีปัญหาในลักษณะดังกล่าวมาแล้ว 2-3 ครั้ง ๆ หลัง เห็นภรรยายืนหยอกล้อกับชายคนดังกล่าว จึงเกิดความสงสัยและขับรถติดตามภรรยาไปจนถึงโรงแรมม่านรูด ก่อนที่ฝ่ายหญิงจะยอมรับว่า เคยมีความสัมพันธ์กับชายคนดังกล่าว
ก่อนจะเกิดเหตุ ก็มีปากเสียงกันภายในห้องพัก เกิดบันดาลโทสะลงมือทำร้ายร่างกายภรรยาด้วยมือเปล่า ไม่ได้ใช้อาวุธ กระทั่งอีกฝ่ายเสียชีวิต มารู้เอาตอนเช้าที่ตื่นนอน จึงตัดสินใจขับรถพาศพมาที่โรงพักเพื่อมอบตัว
ส่วนคนที่ขับรถพามามอบตัว คือนางสาวพันทิพากร เป็นภรรยาคนที่ 1 เดี๋ยวจะงง คือนายวินัย คบหาหญิง 2 คน ไม่ได้แต่งงาน คบหาคนละช่วงเวลา คนที่ 1 คบได้ 1 ปี 7 เดือน ก่อนไปคบคนที่ 2 คบได้ประมาณ 1 ปี ก็เกิดเรื่องขึ้น ภรรยาคนที่ 1 บอกว่า เมื่อวานสามีโทรมาบอกว่า ทะเลาะกับนางสาวจอย จึงเตือนสติไปว่า จะทำอะไรค่อย ๆ คิด จากนั้นประมาณ 11.00 น. สามีโทรมาบอกว่านางสาวจอย นิ่งไปแล้ว จึงบอกให้รีบเรียกรถพยาบาล พร้อมเตือนสติ หากเขาเสียชีวิตก็ต้องมอบตัว แต่ตนเองไม่สบายใจ จึงโทรไปปรึกษาครอบครัว และเดินทางมาลงบันทึกประจำไว้ก่อน เพื่อความปลอดภัยของตนเอง
ตำรวจควบคุมตัวนายวินัย ไปชี้จุดเกิดเหตุที่แมนชัน นายวินัย ให้การว่า วันอังคารที่ผ่านมา ตนและนางสาวจอยไปกินข้าว ดื่มเหล้ากัน ก่อนกลับมาถึงห้องพักประมาณ 22.00 น. หลังจากนั้นได้มีปากเสียงกัน เพราะตนคาดคั้นเรื่องที่เขามีชู้ เป็นคนขับวินจักรยานยนต์รับจ้าง จึงบันดาลโทสะตบตีกัน จากนั้นก็นอนอยู่ด้วยกันในห้องทั้งคืน กระทั่งช่วงบ่ายของวันพุธ เมื่อวาน ปลุกนางสาวจอย แต่เขาไม่ตื่น จึงอุ้มนางสาวจอยขึ้นรถ และขับไปเรื่อย ๆ อยู่ในรถด้วยกันทั้งคืน ก่อนจะตัดสินใจขับไปโรงพัก และมอบตัว
ยอมรับว่า เสียใจ อยากขอโทษที่รุนแรงเกินไป ถ้าย้อนเวลากลับไปได้จะไม่ทำแบบนี้
สอดคล้องกับภาพวงจรปิดของแมนชัน พบว่าเมื่อวาน เวลา 13.00 น. เศษ นายวินัย อุ้มศพนางสาวจอยออกจากห้องพัก เดินลงบันไดออกไปที่หน้าแมนชัน ก่อนจะอุ้มศพไปวางไว้ที่เบาะข้างคนขับ ก่อนจะขับรถออกไป
ตำรวจบอกว่า มีความเป็นไปได้ที่นายวินัย จะหาทางนำศพไปซ่อนหรือทิ้งอำพราง แต่ติดไม่ตก ระหว่างนั้นก็โทรไปหาภรรยาคนที่ 1 และถูกเกลี้ยกล่อมให้มอบตัว จึงมีสติยอมมอบตัวในวันนี้
ขณะที่พ่อ-แม่ และน้าผู้เสียชีวิตไปพบตำรวจ เพื่อให้ปากคำ แต่พอเห็นรถเก๋งสีเงินซึ่งเป็นรถของลูกสาว ต่างพากันร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจ
นางสาวกาญจนา น้าผู้เสียชีวิตบอกว่า ช่วงประมาณ 3-4 เดือนที่ผ่านมา น้องสาวพยายามตีตัวออกห่าง ขอเลิกกับนายวินัย เนื่องจากไปมีคนใหม่ แต่ฝ่ายชายไม่ยอมเลิก และเกิดความหึงหวง จนนำไปสู่การทำร้ายร่างกายกันมาแล้วหลายครั้ง
เหตุการณ์ที่ครอบครัวรับไม่ได้ที่สุด เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา ขณะที่ตนและน้องสาว นั่งดื่มสังสรรค์กันอยู่ภายในร้านอาหาร นายวินัยได้ตามมาด้วยอารมณ์โกรธ ตนจึงพยายามห้ามและบอกให้กลับไปสงบสติอารมณ์ก่อน ตอนแรกนายวินัยยอมเดินกลับไปที่รถ แต่ระหว่างที่ตนเดินไปเข้าห้องน้ำ นายวินัยกลับย้อนเข้ามาภายในร้าน ก่อนตบใบหน้าน้องสาวไป 2 ครั้ง จนใบหน้าแดงและดวงตาเริ่มฟกช้ำ
ต่อมาหลังเกิดเหตุ นายวินัยได้โทรศัพท์มาหาน้องสาวข่มขู่ว่า หากไม่กลับไปหาที่แมนชัน จะย้อนกลับมาถล่มร้านอาหาร ทำให้น้องสาวจำใจเดินทางออกจากร้านไป จากนั้นครอบครัวไม่สามารถติดต่อทั้งคู่ได้อีกเลย ยืนยันว่า ครอบครัวจะดำเนินคดีกับนายวินัยให้ถึงที่สุด แม้อีกฝ่ายจะอ้างว่าเป็นการบันดาลโทสะก็ตาม