ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการครั้งแรกในรอบเกือบ 10 ปี ขณะที่ "สี จิ้นผิง" ย้ำสงครามการค้าไม่มีผู้ชนะ
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้รับการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ ณ มหาศาลาประชาชน ในกรุงปักกิ่ง โดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน เดินลงจากพรมแดงเพื่อจับมือกับผู้นำสหรัฐฯ ด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่ผู้นำทั้งสองชาติจะร่วมกันตรวจแถวทหาร และทักทายเด็ก ๆ ที่ถือดอกไม้มายืนต้อนรับ พร้อมโบกธงชาติจีนและสหรัฐฯ
จากนั้นทรัมป์ และสี จิ้นผิง ได้เดินร่วมกันเข้าไปภายในอาคารมหาศาลาประชาชน เพื่อร่วมพูดคุยกัน ซึ่งทรัมป์ถือเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนแรกที่เดินทางเยือนจีนอย่างทางการ นับตั้งแต่ปี 2560
ในระหว่างการหารือ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวกับโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างจีนกับสหรัฐฯ นั้นเกื้อหนุนและเอื้อประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย และเชื่อความสัมพันธ์ที่มีเสถียรภาพของจีนและสหรัฐฯ เป็นสิ่งที่ดีต่อประชาคมโลก
นอกจากนี้ ผู้นำจีนย้ำว่าข้อเท็จจริงได้พิสูจน์หลายครั้งแล้วว่าสงครามการค้าไม่มีผู้ชนะ และการหารือบนพื้นฐานของความเท่าเทียมคือหนทางที่ถูกต้องเพียงหนึ่งเดียวในยามที่มีความเห็นต่างและมีข้อขัดแย้ง
ด้านทรัมป์กล่าวว่า สี จิ้นผิง เป็นผู้นำที่ยอดเยี่ยม และมีคนกล่าวว่านี่อาจเป็นการประชุมสุดยอดครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา เขารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้พบกับสี จิ้นผิง และความสัมพันธ์ระหว่างจีนและสหรัฐฯ จะดียิ่งกว่าที่เคยเป็นมา
ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีทรัมป์ได้นำคณะผู้แทนชั้นนำจากภาคธุรกิจสหรัฐฯ เข้าพบและแนะนำผู้ประกอบการแต่ละคนให้ สี จิ้นผิง รู้จักเป็นรายบุคคลด้วย พร้อมย้ำว่าทุกคนต่างให้ความเคารพและให้ความสำคัญกับจีน พร้อมแสดงการสนับสนุนให้ผู้แทนธุรกิจเหล่านี้ขยายความร่วมมือกับจีน โดยผู้บริหารที่ร่วมเดินทางเยือนจีนพร้อมกับทรัมป์ครั้งนี้ อาทิ อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ผู้บริการเทสลา (Tesla), เคลลี ออร์ตเบิร์ก (Kelly Ortberg) จากโบอิง (Boeing), ทิม คุก (Tim Cook) จากแอปเปิล (Apple) และ เจนเซน หวง (Jensen Huang) ซีอีโอของเอ็นวีเดีย (Nvidia)
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ระบุว่า พลวัตอำนาจของทั้งสองชาติได้เปลี่ยนไปนับตั้งแต่การเยือนปักกิ่งครั้งล่าสุดของทรัมป์ ซึ่งในครั้งนั้นจีนได้ทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่อต้อนรับผู้นำสหรัฐฯ และซื้อสินค้าจากสหรัฐฯ มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ครั้งนี้สหรัฐฯ ยอมรับสถานะของจีนแล้ว พร้อมชี้ให้เห็นว่าทรัมป์ได้นำคำว่า "G2" ซึ่งหมายถึงคู่หูมหาอำนาจ กลับมาใช้อีกครั้งในการพบกับสี จิ้นผิง อีกทั้งสหรัฐฯ ยังเข้าสู่การเจรจาด้วยไผ่ในมือที่ด้อยกว่าจีน