ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐฯ เผยพบการแพร่เชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N1 จากแมวบ้านสู่มนุษย์ เป็นครั้งแรก
วันนี้ (14 พ.ค. 69) ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC) เผยว่า พบการแพร่เชื้อของไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N1 จากแมวบ้านสู่มนุษย์ แต่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขยังคงยืนยันว่าความเสี่ยงยังอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งผลการศึกษาเรื่องนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Morbidity and Mortality Weekly Report ของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC) เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569
นักวิจัยจากกรมอนามัยสาธารณะเทศมณฑลลอสแอนเจลิส (LACDPH) และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC) ได้สัมภาษณ์บุคคลที่สัมผัสกับแมวเลี้ยงที่ติดเชื้อไข้หวัดนก H5N1 ซึ่งแมวได้กินอาหารสัตว์เลี้ยงดิบ ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้ได้ถูกเชิญให้เข้ารับการตรวจ และพบว่ามีสัตวแพทย์คนหนึ่งซึ่งไม่มีอาการใด ๆ แต่มีผลตรวจพบว่าติดเชื้อไข้หวัดนก H5N1
โดยแมวตัวดังกล่าวป่วยหนัก จากการกินอาหารสัตว์เลี้ยงดิบสำเร็จรูป ซึ่งเจ้าของได้พาแมวไปที่คลินิกสัตวแพทย์ถึง 4 แห่ง ซึ่งจากการตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่า แมวตัวนี้ติดเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N1 ซึ่งแมวตัวนี้เป็น 1 ในแมวบ้าน 19 ตัวที่ป่วยหลังจากกินนมดิบ เนื้อดิบ หรืออาหารสัตว์เลี้ยงดิบ ในระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2567 ถึงมกราคม 2568 และมีแมว 14 ตัวตายหรือถูกทำการุณยฆาต
หลังจากนั้น ทางเจ้าหน้าที่ LACDPH ได้เชิญผู้คน 139 คน ประกอบด้วย เจ้าของสัตว์เลี้ยง 11 คน จาก 5 ครัวเรือนที่มีแมวที่ติดเชื้อ, คนจากคลินิกสัตวแพทย์ 126 คน จากคลินิก 10 แห่งที่ตรวจแมว 14 ตัว, คนหน่วยงานควบคุมสัตว์ที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งซากแมว 1 คน และคนจากหน่วยงานสาธารณสุขท้องถิ่น 1 คน มาสัมภาษณ์และติดตามอาการในเบื้องต้น และ 30 คน มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ แต่ไม่มีใครได้รับการตรวจ RT-PCR แล้วผลเป็นบวก
ไม่กี่เดือนต่อมา ทางเจ้าหน้าที่ขอให้ผู้ที่สัมผัสกับเชื้อเข้าร่วมการสำรวจทางซีรัมวิทยา (Serology) โดยวิเคราะห์ซีรัมในเลือดเพื่อหาแอนติบอดี H5N1 โดยสมัคร และจากผู้เข้าร่วม 25 คน มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ผลตรวจเป็นบวก ซึ่งก็คือ สัตวแพทย์คนดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่ตั้งข้อสังเกตว่า สัตวแพทย์ผู้นี้ไม่ได้ใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ปิดปากหรือตาในระหว่างการสัมผัสแมว
ทั้งนี้ งานวิจัยระบุว่า เจ้าของสัตว์เลี้ยงควรหลีกเลี่ยงการให้อาหารแมวด้วยนมดิบหรือผลิตภัณฑ์จากสัตว์ดิบอื่น ๆ และสัตวแพทย์ควรพิจารณาการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ H5N1 ในแมวที่มีอาการป่วยทางระบบทางเดินหายใจหรือระบบประสาทเฉียบพลัน และปฏิบัติตามแนวทางการป้องกันการติดเชื้อที่เหมาะสม รวมถึงการใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) เพื่อลดความเสี่ยงในการสัมผัสเชื้อ