ผวายกซอย ! หนุ่มคลั่งบุกอาละวาดญาติ จ.ปทุมธานี

View icon 86
วันที่ 15 พ.ค. 2569 | 07.02 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี - ชาวบ้านผวายกซอย หนุ่มคลุ้มคลั่งถืออาวุธไม้ บุกมาทุบบ้านญาติ ตะโกนท้าทายชาวบ้านอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย

ผู้ก่อเหตุถือท่อนไม้ขนาดใหญ่ บุกไปทุบประตูบ้านพักของญาติ อยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในตำบลกระแชง อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี เสียงดังลั่นทั้งซอย พร้อมตะโกนท้าทาย ชาวบ้านใครไม่พอใจก็ให้ออกมา จากนั้นก็เดินจากไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เหตุเกิด 07.22 น. วันที่ 6 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความตกใจ หวาดกลัวให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก มีผู้ถ่ายคลิปตอนผู้ก่อเหตุอาละวาด ไปโพสต์ในโซเชียลฯ เตือนภัยระบุว่า "บุคคลอันตราย คลุ้มคลั่งเมายา ชอบทำลายข้าวของ และทรัพย์สินของผู้อื่น"

มีคนให้ข้อมูลอีกว่า รอบที่แล้วผู้ก่อเหตุพยายามจะฆ่าญาติ ติดคุกแค่ปีครึ่ง ก็ออกมา จากนั้นไปฟันแขนพ่อเลี้ยง ติดคุก 6 เดือน แล้วก็ออกมา ทุกครั้งที่อาละวาดได้แจ้งความ อ้างว่าตำรวจเพิกเฉยมาก

หลังเรื่องนี้ถูกแชร์ลงโซเชียลฯ ตำรวจ สภ.สามโคก รองนายก อบต.กระแชง ลงพื้นที่ นายไชยันต์ ฝอยฝน ผู้ใหญ่บ้าน บอกกับนักข่าวว่า วันเกิดเหตุมีคนโทร.แจ้งตนให้มาระงับเหตุ เมื่อมาถึงได้เจอ นายเพชร อายุ 33 ปี อดีตลูกบ้าน มีอาการคลุ้มคลั่งยาเสพติด พกมีดที่เอว ที่มือถือแป๊บยาวทำท่าจะเข้ามาทำร้าย ตนจึงไล่ให้ผู้ก่อเหตุออกไปจากหมู่บ้าน

อดีตครอบครัวผู้ก่อเหตุ เคยเช่าบ้านที่นี่ แต่ย้ายออกไปแล้ว ส่วนบ้านที่มาก่อเหตุ เป็นบ้านญาติห่าง ๆ ผู้ก่อเหตุจะมาทำร้ายแม่เจ้าของบ้าน ซึ่งเป็นหญิงชรา หลังเกิดเหตุเจ้าของบ้านเข้าแจ้งความเอาไว้แล้ว ตนเองให้ชาวบ้านนำคลิปไปโพสต์เตือนภัย

เพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้ ๆ บอกว่า ที่บ้านมีทั้งคนเด็กและคนแก่ ตอนผู้ก่อเหตุบุกมาอาละวาด ทำให้ทุกคนตกใจกลัว ตอนนี้ก็ยังหวาดระแวง กลัวจะไม่ปลอดภัย เพราะตำรวจยังตามจับผู้ก่อเหตุไม่ได้ ที่ผ่านมาผู้ก่อเหตุเข้ามาทำแบบนี้แล้วหลายครั้ง

เช่นเดียวกับชายอายุ 67 ปี บอกว่า ตอนเกิดเหตุออกกำลังกายอยู่หน้าบ้าน เมื่อผู้ก่อเหตุยังไม่ถูกจับ เกิดอาการหวาดกลัว ตอนนี้ไม่กล้านำรถยนต์มาจอดหน้าบ้าน เพราะกลัวทรัพย์สินจะเสียหาย เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่มาตรวจตราตามล่าผู้ก่อเหตุ ก็รู้สึกสบายใจขึ้น

รองนายก อบต.กระแชง มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ อบต.พร้อมตำรวจ และผู้นำชุมชน คอยตรวจตรารักษาความปลอดภัยให้ชาวบ้าน พร้อมฝากประชาสัมพันธ์ หากใครพบผู้ก่อเหตุ ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ พร้อมทำงานตลอด 24 ชั่วโมง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง