วันนี้ (15 พ.ค. 69) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม ร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหา จำนวน 1 ราย นางประไพ อายุ 56 ปี ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่จ 374/2560 ลงวันที่ 3 เดือน สิงหาคม พ.ศ.2560 โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “ลักทรัพย์ที่เป็นของนายจ้าง เอาไปเสียซึ่งเอกสารใดของผู้อื่น ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น”
โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่ บริเวณถนนสาธารณะ ในพื้นที่ ต.บ้านใหญ่ อ.เมืองนครนายก จ.นครนายก
สืบเนื่องจากเมื่อช่วงกลางเดือนสิงหาคม 2560 ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.พลับพลาชัย 1 ให้ดำเนินคดีกับอดีตพนักงานบัญชีของบริษัทแห่งหนึ่ง หลังตรวจพบพฤติกรรมทุจริตยักยอกเช็กของลูกค้าที่ชำระค่าสินค้าให้กับบริษัท
โดยผู้ต้องหามีหน้าที่ดูแลข้อมูลการสั่งซื้อ รับชำระหนี้จากลูกค้า และนำเงินสดหรือเช็กส่งต่อให้ฝ่ายการเงินของบริษัททุกวัน
จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ต้องหาได้รับเช็กจากพนักงานขายซึ่งเก็บมาจากลูกค้าเพื่อชำระหนี้ค่าสินค้า จำนวน 3 ฉบับ แต่กลับไม่นำส่งเข้าบัญชีบริษัท กลับนำเช็กดังกล่าวไปฝากเข้าบัญชีธนาคารของตนเอง รวม 3 ครั้ง ได้แก่
วันที่ 1 ก.พ.2559 จำนวน 123,200 บาท
วันที่ 3 พ.ค.2559 จำนวน 81,251 บาท
วันที่ 1 มิ.ย.2559 จำนวน 178,746 บาท
รวมมูลค่าความเสียหายทั้งสิ้น 383,197 บาท
ต่อมาบริษัทได้ตรวจสอบข้อมูลกับธนาคาร จนทราบว่าเช็กทั้ง 3 ฉบับ เป็นเช็กของลูกค้าบริษัทจริง ภายหลังผู้ต้องหาได้เดินทางมาพบบริษัทและยอมรับว่านำเช็กไปฝากเข้าบัญชีของตนเองจริง ก่อนจะหลบหนีและไม่สามารถติดต่อได้อีก ผู้เสียหายจึงเข้าแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ป. ได้ทำการสืบสวนติดตามจับกุม นางประไพ ผู้ต้องหาตามหมายจับ กระทั่งสืบทราบว่าหลบหนีมาพักอาศัยอยู่บริเวณซอยสุวรรณศร 6 ต.บ้านใหญ่ อ.เมืองนครนายก จ.นครนายก จึงวางกำลังเฝ้าสังเกตการณ์และติดตามความเคลื่อนไหว
กระทั่งพบตัวนางประไพ บริเวณปากซอยดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ พร้อมแสดงหมายจับ อ่านและอธิบายรายละเอียดแห่งหมายจับให้ทราบ โดยผู้ต้องหารับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง และไม่เคยถูกจับกุมในคดีนี้มาก่อน จากการตรวจสอบเลขบัตรประจำตัวประชาชนพบว่าตรงกับข้อมูลในหมายจับ
เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามกฎหมาย ก่อนควบคุมตัวไปจัดทำบันทึกการจับกุมที่ สภ.เมืองนครนายก และนำส่งพนักงานสอบสวน สน.พลับพลาชัย 1 เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป