จุลพันธ์ ถกทูตอิสราเอล ไทยพร้อมส่งออกแรงงานภาคเกษตร ขอให้ดูแลเข้าถึงพื้นที่ปลอดภัยในกรณีฉุกเฉิน

จุลพันธ์ ถกทูตอิสราเอล ไทยพร้อมส่งออกแรงงานภาคเกษตร ขอให้ดูแลเข้าถึงพื้นที่ปลอดภัยในกรณีฉุกเฉิน

View icon 19
วันที่ 15 พ.ค. 2569 | 15.02 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
จุลพันธ์ หารือทูตอิสราเอล ไทยพร้อมส่งออกแรงงานภาคเกษตร หากสถานการณ์เอื้ออำนวย ตั้งเป้าขยายตลาดแรงงานไทยไปทำงานทั่วโลก 130,000 อัตรา

วันนี้ (15 พ.ค.69) เวลา 10.00 น. ที่ห้องจัตุมงคล กระทรวงแรงงาน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้การต้อนรับ ดร. อโลนา ฟิชเชอร์-คัมม์ (Dr. Alona Fisher-Kamm) เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งรัฐอิสราเอลประจำประเทศไทย และคณะ เข้าพบเพื่อเยี่ยมคารวะแสดงความยินดีในโอกาสรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเข้ารับตำแหน่ง พร้อมหารือแนวทางส่งเสริมความร่วมมือด้านแรงงานระหว่างประเทศไทยกับรัฐอิสราเอล โดยเฉพาะการจัดส่งแรงงานไทย ความคืบหน้าการตกลงด้านแรงงาน และความร่วมมือในอนาคตระหว่างสองประเทศ โดยมี นายสุรชาติ เทียนทอง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน, นายกฤดิกร วงศ์สว่างพานิช ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน, พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน, นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน, นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และ นายศักดินาถ สนธิศักดิ์โยธิน ผู้ช่วยปลัดกระทรวงแรงงาน ร่วมให้การต้อนรับ

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ตนรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับท่านทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย และคณะ ในวันนี้ ซึ่งนับเป็นโอกาสสำคัญของการพบปะหารืออย่างเป็นทางการครั้งแรกภายหลังตนเข้ารับตำแหน่ง ความสัมพันธ์ด้านแรงงานระหว่างไทยกับอิสราเอลมีความใกล้ชิดและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และก่อให้เกิดเป็นประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ การหารือในวันนี้จะยิ่งยกระดับความร่วมมือด้านแรงงานระหว่างทั้งสองประเทศ และกระทรวงแรงงานพร้อมทำงานร่วมกับท่านอย่างใกล้ชิดต่อไป

นายจุลพันธ์ กล่าวอีกว่า ในปี 2569 กระทรวงแรงงานมีนโยบายขยายตลาดแรงงานไทยไปต่างประเทศ โดยตั้งเป้าหมายการจัดส่งแรงงานไปทำงานในประเทศต่างๆ ทั่วโลก จำนวน 130,000 อัตรา มีรัฐอิสราเอลเป็นหนึ่งในตลาดแรงงานสำคัญที่มีศักยภาพสูง และพร้อมคัดเลือกแรงงานที่มีคุณภาพ มีทักษะ และตรงตามความต้องการของตลาดแรงงานอิสราเอล เพื่อประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ หากสถานการณ์เอื้ออำนวย ฝ่ายไทยหวังว่าจะมีข้อสรุปเกี่ยวกับจำนวนความต้องการแรงงานภาคเกษตรในปี 2569 เพื่อให้สามารถวางแผนการจัดส่งแรงงานให้สอดคล้องกับความต้องการจริง สำหรับในส่วนของการจัดทำความตกลงทวิภาคีด้านแรงงานฉบับใหม่ ขณะนี้ร่างความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งรัฐอิสราเอลกับรัฐบาลไทย ว่าด้วยการจ้างงานแรงงานไทยทำงานชั่วคราวในภาคตลาดแรงงานเฉพาะในรัฐอิสราเอล อยู่ระหว่างการเจรจาให้ได้ข้อสรุปโดยกรมการจัดหางาน

“ขอให้มีการกำกับดูแลด้านความปลอดภัยในการทำงานอย่างเหมาะสมกับแรงงานไทยที่ทำงานในรัฐอิสราเอล และเข้าถึงพื้นที่ปลอดภัยและที่หลบภัยในกรณีฉุกเฉิน เพื่อให้แรงงานไทยได้รับการคุ้มครองอย่างทั่วถึง และหากเกิดสถานการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อแรงงานไทย ขอให้มีการประสานงานกับหน่วยงานไทยอย่างทันท่วงที เพื่อให้สามารถร่วมกันดูแลแรงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป” นายจุลพันธ์ กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง