ข่าวเย็นประเด็นร้อน - ไปดูเรื่องดรามาระหว่างครูกับนักเรียนกันหน่อย คือมีครูคนหนึ่ง ยึดโทรศัพท์นักเรียน เพราะมีกฎว่าห้ามใช้โทรศัพท์จับได้จะถูกยึด ทีนี้พอถูกยึดเข้าจริง ๆ ก็มีประเด็นตามมาว่า ถ้าอยากได้คือนต้องจ่ายเงินค่าปรับ 1 หมื่นบาท งานนี้เจรจากันยาว ๆ กว่าจะมีบทสรุปที่ตกลงกันได้
นี่เป็นความเห็นส่วนตัวของพี่ชาย ที่ได้ยินข่าวว่า มีการเรียกเงินค่าปรับ 1 หมื่นบาท ถ้าหลานชายต้องการได้รับโทรศัพท์ไอโฟน 15 คืน ซึ่งตัวเองตอนที่ไปเจรจาแทนพี่สาวที่อยู่ต่างจังหวัด กับทางโรงเรียน ไม่ได้ยินเงื่อนไขนี้ แต่ถ้าเป็นเรื่องจริงก็ถือว่าค่อนข้างแพงสำหรับคนหาเช้ากินค่ำ
ส่วนที่มาที่ไปของเรื่องนี้ ถูกแชร์ลงในเพจฯ "เจ๊ม้อย V+" ว่าเป็นเรื่องของเด็กนักเรียนคนหนึ่ง ที่พกโทรศัพท์ไปโรงเรียนแห่งหนึ่ง แล้วต่อมาถูกยึดโทรศัพท์ไอโฟน 15 เพราะไม่ปฏิบัติตามกฎที่ห้ามพกโทรศัพท์ไปโรงเรียน จนมีการเจรจาต่อรองกันไม่ต่ำกว่า 8 ครั้ง และเรื่องยังไปถึงการแจ้งความกับตำรวจ สน.ลำหิน จนตำรวจต้องช่วยเจรจาว่า อาจมีความผิดฐาน "ลักทรัพย์" แต่ก็ยังหาบทสรุปไม่ได้
ทีมข่าวได้ลงพื้นที่ "มูลนิธิสอนศาสนา" ย่านคลองเก้า เขตหนองจอก ทำให้ทราบข้อเท็จจริงว่า เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโรงเรียนสอนศาสนา ซึ่งเด็กนักเรียนทุกคนที่จะเข้าเรียนที่นี่ ก่อนเข้าเรียนจะมีการอธิบายกฎระเบียบชัดเจน และเมื่อเทอมที่แล้ว นักเรียนคนดังกล่าว เคยถูกยึดโทรศัพท์ส่งคืนผู้ปกครองแล้วครั้งหนึ่ง เหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 การที่ครูทำแบบนี้ เป็นการทำตามกฎของโรงเรียนไม่ถือเป็นความผิด เพราะสุดท้ายต้องการให้เกิดการเจรจา สำนึกผิด และขอโทษต่อกัน
สรุปแล้วผลลัพธ์จบด้วยดี มีการเจรจากับผู้ปกครอง จนมีการถอนแจ้งความ และนัดคืนโทรศัพท์กันแล้ว โดยที่ไม่ต้องเสียค่าปรับ
แต่ถามว่ากรณีที่เกิดขึ้นนี้ ถือเป็นความผิด หรือไม่ สอบถามกับ "ทนายเกิดผล" ให้ความเห็นว่า หากเกิดกรณีนำทรัพย์สินของผู้อื่นไปขายต่อขึ้นมาจริง ๆ ก็จะเข้าข่ายความผิดฐาน "ยักยอกทรัพย์" ไม่ว่าโทรศัพท์เครื่องนั้น จะติดไฟแนนซ์ หรือไม่ติดก็ตาม และกฎโรงเรียน ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลง หรือใหญ่ไปกว่ากฎหมายได้