รวบ หยกดำ นักมวยค่ายดัง ฆ่าปาดคอ-ชิงทรัพย์ หนีซุกทหารกะเหรี่ยง

รวบ หยกดำ นักมวยค่ายดัง ฆ่าปาดคอ-ชิงทรัพย์ หนีซุกทหารกะเหรี่ยง

View icon 55
วันที่ 16 พ.ค. 2569 | 14.47 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ตร.ท่าสองยาง รวบ “หยกดำ” นักมวยค่ายดัง ฆ่าปาดคอ-ชิงทรัพย์ ทิ้งศพกลางป่า หนีซุกฝั่งเมียนมา ตำรวจไทยประสานชนกลุ่มน้อยกะเหรี่ยง มอมเหล้าส่งตัวกลับไทย อึ้ง! เจอระเบิดพกติดตัว 2 ลูก เตรียมก่อเหตุในไทย หลังจับได้เมียมีชู้

วันนี้ (16 พ.ค.69) เมื่อเวลา 10.00 น. พ.ต.อ. สุพจน์ นวรัตนารมย์ ผกก. สภ.ท่าสองยาง จังหวัดตาก พร้อมด้วยกำลังตำรวจ สภ.ท่าสองยาง และตำรวจตระเวนชายแดน กองร้อย ตชด.344 อ.ท่าสองยาง ได้นำตัวนายซอกาลา หรือ หยกดำ ฉายานักมวยชื่อดังค่ายมวยแห่งหนึ่ง อายุ 28 ปี ไปทำแผนประกอบการรับสารภาพบริเวณกระท่อมไม่มีเลขที่ บริเวณบ้านใหม่ หมู่ที่ 1 ตำบลแม่ต้าน อ.ท่าสองยาง ในข้อกล่าวหาชิงทรัพย์ และทำร้ายผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ร่วมกันช่วยซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพเพื่อปิดบังการตายหรือ เหตุแห่งการตาย โดยผู้ตายชื่อนายซอ สัญชาติเมียนมา เชื้อสายกะเหรี่ยง อายุ 35 ปี อาชีพรับจ้างก่อสร้าง

การทำแผนดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุ้มกันเข้มท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาตลอด เนื่องจากผู้ต้องหาเป็นนักมวยชื่อดังทั้งในประเทศไทย และประเทศเมียนมา รู้จักชาวกะเหรี่ยงตามแนวชายแดน และกลุ่มกองกำลังตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา อีกทั้งผู้ต้องหามีท่าทางก้าวร้าว พูดจา วกวนกวนไปกวนมา ซึ่งพนักงานสอบสวนพยายามกล่อมให้ยอมรับสารภาพในการกระทำผิด

ทั้งนี้ คดีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 มี.ค.69 โดยนายซอกาลา ร่วมกับนายสุวิ อายุ 17 ปี ชาวเหรี่ยง สัญชาติเมียนมา ได้ล่อลวงให้ผู้ตายไปพบที่กระท่อมดังกล่าว จากนั้นนายซอกาลาได้ล็อกคอ และให้นายสุวิแทงนายซอ แล้วนายซอกาลาเป็นคนใช้มีดปาดคอผู้ตายอย่างโหดเหี้ยม และนำทรัพย์สินผู้เสียหายเป็นรถจักรยานยนต์สีดำเขียว เงินสด 25,000 บาท จากนั้นผู้ต้องหาได้นำศพนายซอใส่ในกระสอบปุ๋ย ยกขึ้นท้ายรถเก๋งสีขาวนำไปทิ้งป่าข้างทางห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ  7 กิโลเมตร

จากนั้นได้นำรถเก๋งไปเก็บไว้ที่บ้านภรรยาเส้นทางเดียวกับที่เกิดเหตุ ส่วนนายซอกาลากับนายสุวิได้หลบหนีไปฝั่งเมียนมา ซึ่ง เป็นเขตอิทธิพลของทหารสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยงหรือกองทัพกะเหรี่ยงแห่งชาติ ตรงข้าม อ.ท่าสองยาง เนื่องจากนายซอกาลา มีญาติผู้ใหญ่เป็นนายทหารชนกลุ่มน้อยกลุ่มหนึ่ง

ต่อมามี ชาวบ้านที่ผ่านไปมาได้กลิ่นเหม็น จึงเดินไปดูพบศพเมื่อวันที่ 16 มี.ค.69 จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าสองยาง ตรวจสอบ ซึ่งจากการสืบสวนได้ทราบตัวคนร้ายที่ก่อเหตุ จึงประสานตำรวจตระเวนชายแดนที่ กองร้อย ตชด.344 อ.ท่าสองยาง และทหารพราน หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 35 อ.แม่สอด ร่วมกันประสานกับผู้นำฝ่ายเมียนมา และกองกำลังชนกลุ่มน้อย จนสามารถนำตัวนายสุวิมาดำเนินคดีในเขตไทยได้เมื่อวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา ส่วนนายซอกาลา มีเส้นสาย และมีอิทธิพลในฝั่งเมียนมามาก จึงไม่ได้ตัวกลับมา

แต่ตำรวจไทย และทหารไม่ละความพยายาม ในการปะสานกับผู้มีอำนาจในฝั่งเมียนมา จนฝ่ายกองกำลังชนกลุ่มน้อยกะเหรี่ยงส่งเจ้าหน้าที่ทหารไปหลอกล่อนายซอกาลาออกมาจากบ้านพักในฝั่งเมียนมา หลังจากทราบข่าวว่า นายซอกาลาได้พกระเบิด จำนวน 2 ลูก ไว้กับตัวเองตลอดเวลา และทราบว่ามีแผนจะเข้ามาก่อเหตุในไทย เพื่อจัดการกับชายชู้กับภรรยาของตนเอง ที่แอบมีชู้ในระหว่างที่นายซอกาลาหลบหนี ซึ่งในระหว่างหลอกล่อนั้น เจ้าหน้าที่ทหารกะเหรี่ยงได้เลี้ยงสุรานายซอกาลา จนเมา จากนั้นใช้กำลังทหาร 4 นายล็อกตัวนายซอกาลาอย่างทุลักทุเล เพราะนายซอกาลาแข็งแรงมาก ต่อมาทหารกะเหรี่ยงได้ยึดระเบิดที่ติดตัวไว้ พร้อมกับส่งตัวให้เจ้าหน้าที่ไทยดำเนินการต่อไป

สำหรับนายซอกาลานั้น อยู่ประเทศไทยมานาน และเป็นนักมวยชื่อดังในประเทศไทย และประเทศเมียนมา ได้ค่าตัว 20,000 -30,000 บาท

ข่าวที่เกี่ยวข้อง