เขมรล้ำเส้น รุกไถนาฝั่งไทย ชาวบ้านโคกสูงร้องขอรั้วชายแดน

เขมรล้ำเส้น รุกไถนาฝั่งไทย ชาวบ้านโคกสูงร้องขอรั้วชายแดน

View icon 87
วันที่ 17 พ.ค. 2569 | 08.32 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
กั้นรั้วชายแดนให้ชัด ชาวบ้านโคกสูงโวย เขมรล้ำแนวเส้นสีแดง รุกไถนาฝั่งไทย เนื้อที่กว่า 10 ไร่ ทหารเข้าตรวจสอบเหตุเปิด GPS แสดงพิกัด สั่งชาวนาเขมรนำรถไถออกนอกพื้นที่

วันนี้ (17 พ.ค.69) ผู้สื่อข่าวรายงาน สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านอำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว เริ่มตึงเครียดอีกครั้ง หลังชาวบ้านในพื้นที่บ้านอ่างศิลาและบ้านหนองจาน ตำบลโนนหมากมุ่น ออกมาร้องเรียนว่า วานนี้ (16 พ.ค.69) กลุ่มชาวกัมพูชานำรถไถเข้ามาไถพื้นที่ทำนาในเขตฝั่งไทย บริเวณแนวชายแดนหลักเขตแดนที่ 48-49 ใกล้แนวเส้นสีแดงพื้นที่อ้างสิทธิ์ ประมาณ 10 ไร่ จนเกิดความไม่พอใจแก่ชาวบ้านในพื้นที่

หลังได้รับแจ้ง เจ้าหน้าที่ทหารพราน กองร้อยทหารพรานที่ 1205 ชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 12 นำกำลังโดย พ.ต.อัศวิน เถาทอง ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 1205 ลงพื้นที่ตรวจสอบทันที พร้อมเข้าระงับเหตุ โดยสั่งให้ชาวกัมพูชาหยุดดำเนินการไถนา และให้นำรถไถออกจากพื้นที่ดังกล่าว ระหว่างเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ ชาวบ้านอ่างศิลาและบ้านหนองจาน ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินในพื้นที่ ได้เข้าไปถ่ายคลิปวิดีโอและบันทึกภาพเหตุการณ์ไว้เป็นหลักฐาน โดยในช่วงหนึ่งมีทหารกัมพูชาเข้ามาโต้แย้งกับฝ่ายไทย พร้อมยืนยันว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่ชาวกัมพูชาใช้ประโยชน์มานานแล้ว

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยได้แสดงภาพถ่ายแนวเส้นสีแดง รวมถึงข้อมูลพิกัด GPS ซึ่งยืนยันชัดเจนว่า จุดที่มีการไถนาอยู่ในพื้นที่ฝั่งไทย และเกินแนวพื้นที่ที่กำหนดไว้ตามข้อตกลง MOU 43 จึงสั่งให้ยุติการดำเนินการทันที แม้เหตุการณ์จะยุติลงชั่วคราว แต่ชาวบ้านในพื้นที่ยังคงรู้สึกไม่สบายใจ และหวั่นว่าจะเกิดเหตุลักษณะเดียวกันขึ้นอีก เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ราบโล่ง ไม่มีรั้วหรือสิ่งกีดขวางที่ชัดเจน ทำให้สามารถเดินทางข้ามไปมาได้ง่าย

สำหรับ “เส้นสีแดง” ที่ชาวบ้านกล่าวถึงนั้น เป็นแนวพื้นที่อ้างสิทธิ์ที่กัมพูชาใช้ในการอ้างเขตแดนบางส่วน ซึ่งตามข้อตกลง MOU 43 ระบุว่า พื้นที่ดังกล่าวควรเป็นพื้นที่ว่างรอการเจรจาระหว่างทั้งสองประเทศ และไม่ควรมีประชาชนจากทั้งสองฝ่ายเข้าไปใช้ประโยชน์หรือทำกินในพื้นที่

แต่ในทางปฏิบัติ ชาวบ้านไทยระบุว่า ปัจจุบันมีชาวกัมพูชาพยายามเข้ามาทำการเกษตรและใช้ประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง พร้อมอ้างว่าเป็นพื้นที่ของตนเอง ทำให้เกิดข้อพิพาทกับชาวบ้านไทยมาโดยตลอด

ด้าน น.ส.นงรัตน์ จันทะมา เจ้าของที่ดินในพื้นที่ เปิดเผยว่า ปัญหาการรุกล้ำเกิดขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่บริเวณบ้านอ่างศิลาไปจนถึงบ้านป่าไร่ ชาวกัมพูชามักเข้ามาทำนาเลยเส้นอ้างสิทธิเข้ามาในฝั่งไทย และบางจุดยังใช้คันนาเดียวกับชาวไทย ชาวบ้านร้องเรียนเรื่องนี้มานานแล้ว วันนี้ทหารไทยเข้ามาตรวจสอบก็พบว่ามีการไถเกินเส้น MOU 43 เข้ามาฝั่งไทยจริง ๆ สิ่งที่ชาวบ้านต้องการตอนนี้คือ อยากให้รัฐสร้างกำแพงหรือแนวป้องกันที่ชัดเจน เพราะพื้นที่ตรงนี้เป็นที่ราบ ไม่มีรั้วกั้น เขาจะเข้ามาตอนไหนก็ได้ ชาวบ้านต้องอยู่อย่างหวาดระแวงตลอด

นอกจากนี้ น.ส.นงรัตน์ ยังมองว่า พื้นที่ชายแดนบริเวณดังกล่าวกำลังกลายเป็นช่องทางเสี่ยงต่อปัญหาความมั่นคง ทั้งการลักลอบขนสินค้าเถื่อน การค้ามนุษย์ และการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อชาวบ้านในพื้นที่

ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความกังวลให้กับประชาชนในพื้นที่ชายแดนเป็นอย่างมาก เนื่องจากช่วงที่ผ่านมา พื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านจังหวัดสระแก้ว มีความอ่อนไหวเกี่ยวกับแนวเขตแดนและการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ทับซ้อนหลายจุด ทำให้ชาวบ้านเรียกร้องให้หน่วยงานด้านความมั่นคงและรัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม ก่อนสถานการณ์จะลุกลามบานปลาย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง