ผู้รับเหมาสร้างบ้านสุดทน ขึ้นป้ายระชดโจรขโมยตัดสายไฟ “ห้ามขโมยสายไฟ อยากได้ทิ้งเลขบัญชีไว้ เดี๋ยวโอนให้” ชี้เอาไปขายได้ไม่กี่บาท แต่ช่างมาแก้งานเสียหายหลายหมื่นบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 16 พ.ค. 69 ที่ผ่านมา มีผู้ใช้เฟสบุ๊กชื่อ Kem Rachawadee โพสต์ภาพป้ายไวนิวสีแดงเห็นได้ชัดเจน ติดอยู่หน้าไซต์ก่อสร้างบ้านพักแห่งหนึ่ง ในคุ้มโคลัมโบ บ้านโนนม่วง ต.ศิลา อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น พร้อมเขียนข้อความระบุว่า “คนขอนแก่นจิตใจดี พบที่หลัง มข.แถววัดโนนม่วง” โดยข้อความในป้ายระบุว่า “หน้างานนี้มีกล้องวงจรปิด !!! ห้ามขโมยสายไฟ !!! ถ้าอยากได้ ให้ทิ้งเลขบัญชีไว้เดี๋ยวโอนให้ เพราะเอาไปขายได้แค่ไม่กี่บาท แต่ตอนช่างมาแก้เสียหลายหมื่น” อีกทั้งยังมีข้อความใต้ภาพระบุ “เรารักน้ำใจคนไทย” โดยมีผู้เข้ามากดถูกใจและร่วมแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก
ต่อมาผู้สื่อข่าวประสานสอบถามข้อมูลจากผู้โพสต์ จึงลงพื้นที่ตรวจสอบ ซึ่งจุดดังกล่าวกำลังก่อสร้างบ้านพักโดย “บริษัท บ้านวิศวะ 3614” มีคนงานกำลังก่อสร้าง โดยที่รั้วสังกะสีด้านหน้าที่จุดทางเข้าและมุมสุดของรั้ว มีป้ายสีแดง ติดเด่นมองเห็นอย่างชัดเจน และได้พบกับ นายปิยะพันธ์ อายุ 33 ปี และ น.ส.หนึ่งฤทัย อายุ 24 ปี วิศวกรโยธา/ผู้ควบคุมงาน พาผู้สื่อข่าวดูป้ายที่ติดตั้งทั้ง 2 จุด พร้อมทั้งพาเดินดูภายในไซต์งานที่กำลังก่อสร้าง ซึ่งอยู่ในช่วงกำลังเดินสายไฟฟ้า และ กล้องวงจรปิด
น.ส.หนึ่งฤทัย บอกว่า บริษัท บ้านวิศวะ 3614 เป็นบริษัทรับก่อสร้างบ้านและอาคาร ในพื้นที่ภาคอีสานตอนบน โดยก่อนหน้านี้ บริษัท เคยมีกรณีที่ อ.เมืองมหาสารคาม จ.มหาสารคาม ติดตั้งฝ้าเพดาน เดินสายไฟเรียบร้อย ได้มีคนร้ายแอบเข้ามารื้อทำลายฝ้า และขโมยตัดดึงเอาสายไฟในท่อที่ร้อยไว้ไปจนหมด ซึ่งความเสียหายประมาณ 80,000 กว่าบาท แต่ที่คนร้ายเอาไปขายก็คงได้เงินแค่ไม่กี่บาท จึงทำป้ายขึ้นเพื่อให้ทิ้งเบอร์ติดต่อไว้ได้เลย จะได้โอนเงินให้ และในจุดนี้เคยมีเหตุการณ์หลังจากช่างทำงานเสร็จ ได้ม้วนสายไฟที่ใช้ในการทำงานไว้ในไซต์งาน และไปพักผ่อนที่แคมป์พักติดกัน ได้มีคนร้ายเข้ามาขโมยยกเอามัวนสายไฟไปเลย โดยแอบเข้ามาทางด้านหลัง ซึ่งก็พอจะทราบตัวแต่ไม่มีหลักฐาน และยังพบว่าบุคลดังกล่าวยังคงวนเวียนมาแถวหน้างาน ทางหัวหน้าจึงได้ให้ตนเองทำป้ายนี้ขึ้นมา ถ้าคนร้ายอยากได้จริง ๆ ให้ทิ้งเลขบัญชีธนาคาร ทิ้งเบอร์พร้อมเพย์ไว้เลย เดียวจะโอนเงินให้ ไม่ต้องมาขโมย เป็นการวัดใจโจร หากกล้าทิ้งเบอร์ ก็กล้าโอนเช่นกัน
ด้าน นายปิยะพันธ์บอกว่า ส่วนมากคนร้ายจะเข้ามาทางด้านหลัง เพราะเป็นป่ารก ได้อาศัยเป็นที่กำบังเวลาเข้าออก โดยป้ายดังกล่าวนำมาติดได้ประมาณ 2 สัปดาห์แล้ว ช่วงแรกก็ยังเห็นคนก่อเหตุเดินวนเวียนไปมา แต่เนี่องจากทรัพย์สินที่สูญหายครั้งแรกไม่ได้มีมูลค่ามาก เป็นเพียงเศษวัสดุ จึงไม่ได้แจ้งความ แต่ครั้งที่ 2 ที่สายไฟถูกขโมยไป ก็ไม่มีหลักฐานชัดเจน จึงทำป้ายนี้ไว้ เพื่อสื่อถึงผู้ที่ก่อเหตุ เพราะพอก่อเหตุครั้งแรกแล้ว ค่าวัสดุอาจไม่มาก แต่พอถึงงานที่สำคัญ ซึ่งหากเอาไปขายก็คงได้ไม่กี่บาท แต่ปริมาณงานที่มันเสียหายนั้นมันมากกว่าหลายเท่า จึงทำเพื่อป้องกันเท่าที่จะป้องกันได้
นายปิยะพันธ์ บอกอีกว่า ปกติคนร้ายที่เข้ามาจะปีนใต้ฝ้า จากนั้นตัดสายไฟด้านบนแล้วลงมาดึงปลายสายที่ด้านล่าง สายไฟที่ถูกตัดไปความยาวไม่เกิน 1 เมตร ถึง 2 เมตรกว่า ๆ ซึ่งพอเอาไปขายก็คงได้เงินเพียงหลักร้อยบาท แต่ความเสียหายที่ทางบริษัทต้องมาซ่อมมาเสียค่าสายไฟใหม่ก็หลายหมื่นบาท อยากฝากถึงโจรที่จะเข้ามาขโมย ถ้าไม่มีจริง ๆ ก็สามารถมาแสดงตัวตนได้ ไม่ต้องถึงกับต้องเข้ามาขโมยของกันก็ได้ ซึ่งถ้ากล้าแสดงตัว ทางเราเองกล้าที่จะจ่ายเช่นกัน