สนามข่าว 7 สี - หลังจาก ลุงโยชน์ ได้รับการปล่อยตัวมาจากกัมพูชา ได้กลับบ้านมาอยู่กับครอบครัวแล้ว ตอนนี้เตรียมหาเงินทุนทำอาชีพใหม่ ไม่กล้ากลับไปหาของป่าอีก
บรรยากาศที่บ้านของ ลุงโยชน์ ตำบลกันตวจระมวล อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ ครอบครัวอบอุ่นและมีรอยยิ้ม หลัง ลุงโยชน์ หรือ นายโยชน์ สายน้อย ได้กลับไปใช้ชีวิตกับครอบครัวอีกครั้ง หลังได้รับการปล่อยตัวจากกัมพูชา
ลุงโยชน์ กลับมารอบนี้ บอกว่า จะเลิกเข้าป่า เลิกหาของป่าแล้ว และต้องหาอาชีพใหม่ เลี้ยงกบ เลี้ยงปลา ไว้กินและขายแทน แต่ปัญหาคือยังขาดเงินทุนตั้งต้น
ขณะที่ ภรรยาลุงโยชน์ เตรียมเครื่องแก้บนเป็นหัวหมู 6 หัว เพื่อนำไปถวายศาลปู่ตาประจำหมู่บ้าน ในวันนี้ (18 พ.ค.) แก้บนที่ลุงโยชน์ได้รับการปล่อยตัวกลับบ้านมาอย่างปลอดภัย รวมถึงเตรียมไปทำบุญสะเดาะเคราะห์
ส่วนที่บริเวณปราสาทตาควาย และเนิน 350 ตำบลบักได อำเภอพนมดงรัก คณะสงฆ์จากจังหวัดสุรินทร์ ศรีสะเกษ และ จังหวัดสระแก้ว จำนวน 10 รูป พร้อมประชาชนกว่า 60 คน ได้เดินทางนำอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็น รวมทั้งวิทยุสื่อสาร ไปมอบให้ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่แนวหน้า
ก่อนที่พระสงฆ์จะร่วมกันสวดมนต์ กรวดน้ำ อุทิศส่วนกุศลให้ดวงวิญญาณทหารกล้าที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบที่ผ่านมา ที่บริเวณปราสาทตาควาย และเดินทางขึ้นไปชมด้านบนเนิน 350
นางนฤมล จงรำ อายุ 45 ปี ชาวอำเภอบ้านด่าน จังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า ขึ้นมาบนปราสาทตาควายเป็นครั้งที่ 2 แล้ว รู้สึกดีใจ และอยากให้รัฐบาลบูรณะตัวปราสาท
จากกรณีก่อนหน้านี้ที่ทหารไทยได้เข้าไปหยุดไม่ให้ชาวกัมพูชานำรถไถเข้ามาไถที่ดิน ซึ่งอยู่เลยแนวเส้นแดงตามที่ฝ่ายกัมพูชากล่าวอ้าง เข้ามายังฝั่งไทยเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา
เมื่อวาน ทหารกัมพูชานำคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (HOM AOT) ภายใต้การนำของฟิลิปปินส์ ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบ สังเกตการณ์ และจัดทำรายงานเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดน บริเวณหมู่บ้านอ่างศิลา ตำบลโอรบีเจียน อำเภอโอรเจรา โดยฝ่ายกัมพูชาอ้างว่าทหารไทยได้ลักลอบปักเสาเขตใหม่ รุกล้ำเข้าไปในอธิปไตยของกัมพูชาเพิ่มเติมอีก
นอกจากนี้ ยังนำคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนไปยังหมู่บ้านโชคชัย ซึ่งกัมพูชาอ้างว่าเป็นพื้นที่ที่ทหารไทยนำตู้คอนเทนเนอร์และลวดหนามเข้ามาวางปิดล้อม เพื่อควบคุมพื้นที่อย่างผิดกฎหมาย
หลังจากนั้น ทหารกัมพูชา พร้อมอาวุธครบมือ ได้เข้าพื้นที่ดังกล่าว ยืนยันจะให้ชาวกัมพูชาเข้ามาทำการเกษตรในจุดดังกล่าว ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารพรานกองร้อย ทพ.1205 ต้องเข้าไปกันไม่ให้ชาวกัมพูชาเข้ามา จากนั้นทหารกัมพูชาได้เข้าไปข่มขู่ชาวบ้านชาวไทยที่กำลังไถนาด้วย ซึ่งสุดท้ายหลังตกลงกันไม่ได้ ทางกองร้อยทหารพรานที่ 1205 ได้แจ้งว่าขอเวลา 5 วัน เพื่อแจ้งผู้บังคับบัญชาทราบเรื่องและตัดสินใจต่อไป สร้างความไม่พอใจให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก