ข่าวภาคค่ำ - 4 หน่วยงานรัฐ พบหลักฐานเอาผิดขบวนการกักตุนน้ำมัน-ประวิงเวลา พบใช้หุ่นเชิดรับเงินแทน มีหลักฐานเงินหมุนเวียนกว่า 3,000 ล้านบาท
กระทรวงยุติธรรม, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ และ กระทรวงพลังงาน ร่วมชี้แจงผลการตรวจสอบ เปิดโปงขบวนการ "ประวิงเวลา-กักตุนน้ำมัน" โดยพบสถานีบริการ ผู้ค้าน้ำมัน ตามมาตรา 7 ฉวยโอกาสกักตุนน้ำมันดีเซลเพื่อเก็งกำไร ระหว่างวันที่ 20-25 มีนาคมที่ผ่านมา ช่วงประเทศอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้มีน้ำมันดีเซลหายไปจากระบบ รวมกว่า 29.2 ล้านลิตร คิดเป็น 20.2%
นอกจากนี้ ยังมีผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 บางราย นำน้ำมันไปกักตุนบนเรือขนส่งน้ำมันขนาดใหญ่ 2-5 ล้านลิตร รวม 23 เที่ยว ก่อนประวิงเวลาให้น้ำมันส่งไปที่คลังฯ ในช่วงเวลาที่ตนเองสามารถทำกำไรได้อย่างมหาศาล หลังคณะทำงานพบข้อมูลเส้นทางเดินเรือไม่ระบุปลายทาง จำนวน 662 เที่ยว
ขณะที่ ดีเอสไอ ยังตรวจสอบคดีกักตุนน้ำมัน รวม 4 คดี โดยเฉพาะคดีกักตุนน้ำมัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี สอบปากคำพยานไปแล้วจำนวนหนึ่ง คาดว่าอีกประมาณ 10 วัน จะสามารถสรุปผลการสอบสวน และแจ้งข้อกล่าวหาผู้เกี่ยวข้องได้
ส่วนคดีปลอมปนน้ำมัน จังหวัดอ่างทอง พนักงานสอบสวนพบหลักฐานเชื่อมโยงผู้รับผลประโยชน์ตัวจริง เป็นบุคคลภายนอก มีอำนาจควบคุมการเงิน และการดำเนินธุรกิจ โดยไม่ใช่ผู้ถือหุ้น หรือ กรรมการบริษัทฯ ซึ่งจากการตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบเงินหมุนเวียนกว่า 3,000 ล้านบาท
ขณะที่ผู้ถือหุ้น และกรรมการบางรายเข้าข่ายเป็นเพียง "ตัวแทนอำพราง" หรือ นอมินี โดยบุคคลที่ได้รับผลประโยชน์ตัวจริงอาจมีรายได้จากธุรกิจดังกล่าวไม่ต่ำกว่า 3 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานเพื่อขยายผลดำเนินคดี