สั่งย้าย-ตั้งกรรมการสอบ หลังถูกร้องเรียนทหารพรานซ้อมชาวบ้าน

สั่งย้าย-ตั้งกรรมการสอบ หลังถูกร้องเรียนทหารพรานซ้อมชาวบ้าน

View icon 31
วันที่ 18 พ.ค. 2569 | 20.05 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
กองทัพภาคที่ 1 ชี้แจง หลังมีการร้องเรียน “ทหารพราน” ซ้อมชาวบ้าน เกี่ยวกับคดียาเสพติด เหตุเพราะพยายามหลบหนี มีอาวุธ และเกิดชุลมุนระหว่างการควบคุมตัว เบื้องต้น ได้ตั้งกรรมการสอบสวน และย้ายทหารพรานออกนอกพื้นที่ ยืนยัน ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย 

วันนี้ ( 18 พ.ค. 69 ) จากกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูล มีกลุ่มชาวบ้าน บ.หนองหญ้าแก้ว รวมตัวขอความเป็นธรรม หลังถูกทหารพราน ทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ ระหว่างติดตามตัว และขอตรวจค้น กรณีเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เหตุเกิดในพื้นที่ชายแดน บ.หนองเสม็ด–บ.หนองหญ้าแก้ว อ.โคกสูง จ.สระแก้ว เมื่อวันที่ 11 พ.ค.69 ที่ผ่านมา

กองทัพภาคที่ 1 ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่า เมื่อ วันที่ 10 พ.ค.69 เวลา 22.30 น. กองร้อยทหารพรานที่ 1204 จัดกำลังซุ่มเฝ้าตรวจพื้นที่ เพื่อป้องกันการรุกล้ำอธิปไตย และสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบ และได้ตรวจพบ นายสุรัตน์ อายุ 37 ปี ชาวบ้าน บ.หนองหญ้าแก้ว มีพฤติกรรมน่าสงสัย จึงแสดงตัวขอตรวจค้น แต่นายสุรัตน์ มีพฤติกรรมขัดขืน และวิ่งหลบหนี ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องติดตาม และดำเนินการควบคุมตัว ประกอบกับนายสุรัตน์ มีอาวุธในมือ (ฉมวกแทงกบ) ทำให้เกิดการชุลมุนระหว่างควบคุมตัว จนได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตรวจค้นพบยาบ้า 21 เม็ด ในกระเป๋ากางเกง และเงินสด 1,300 บาท โดยนายสุรัตน์ให้การรับสารภาพว่าเป็นยาเสพติดของตนเอง หน่วยจึงประสานผู้ใหญ่บ้าน และบิดาของนายสุรัตน์ มารับตัวเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

และเมื่อวันที่ 14 พ.ค.69 หน่วยได้รับแจ้งว่านายสุรัตน์ มีอาการปวดท้อง อาเจียนเป็นเลือด เข้ารับการรักษา ที่ โรงพยาบาลโคกสูง และส่งตัวไปรักษาต่อที่ รพ.อรัญประเทศ และครอบครัวไปแจ้งความกับ สภ.โคกสูง กล่าวหาว่ามีเจ้าหน้าที่ทำร้ายร่างกายนายสุรัตน์ และมีการรวมตัวของชาวบ้านส่วนหนึ่ง ไม่พอใจ และเรียกร้องให้มีการดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ดังกล่าว

โดยหน่วยต้นสังกัด กรมทหารพรานที่ 12 ได้ตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง  เบื้องต้นได้มีการปรับย้ายเจ้าหน้าที่ทหารพราน ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าวออกจากพื้นที่ เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย และรายงานให้ผู้บังคับบัญชารับทราบ หากกำลังพลกระทำผิดจริง ก็จะดำเนินการลงโทษทางวินัยทหาร ควบคู่กับการเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายต่อไป

ที่ผ่านมาหน่วยไม่ได้นิ่งนอนใจได้ติดตาม และเข้าเยี่ยมนายสุรัตน์ 2 ครั้ง และมอบเงินช่วยเหลือให้จำนวนหนึ่ง ส่วนคดีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดของนายสุรัตน์ ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐาน รวมถึงสืบสวนเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดในพื้นที่ต่อไป

ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 1 ขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมให้ความความร่วมมือในการหาข้อเท็จจริง และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และขอยืนยันว่ากองทัพภาคที่ 1 ไม่มีนโยบายให้กำลังพล ที่ปฏิบัติหน้าที่ใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุในทุกกรณี และยึดตามนโยบายด้านความมั่นคงของกองทัพบกอย่างเคร่งครัด ทั้งการปกป้องอธิปไตยของชาติ การสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายทุกรูปแบบ ทั้งในพื้นที่ตอนในและตลอดแนวชายแดน จึงขอความร่วมกับประชาชนในพื้นที่ ช่วยกันสอดส่องและให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่หากพบเห็นมีการกระทำผิดกฎหมาย เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติและรับมือกับภัยคุกคาม อันจะส่งผลให้ประเทศชาติมั่นคงและประชาชนอยู่อย่างเป็นสุข

ข่าวที่เกี่ยวข้อง