เช้านี้ที่หมอชิต - นายกฯ ยืนยันโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" ไม่สะดุด เตรียมนำเข้าสู่ที่ประชุม ครม. วันนี้ (19 พ.ค.) แม้ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้อง กรณี สส.ฝ่ายค้านยื่นวินิจฉัย พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท
เมื่อวาน (18 พ.ค.) ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติรับคำร้องเรื่องพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 หรือ พ.ร.ก.กู้เงิน ว่าเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคหนึ่งหรือไม่ หลังจาก สส.จำนวน 133 คน เข้าชื่อเสนอความเห็นต่อประธานสภาฯ ว่าเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคหนึ่ง หรือไม่ หลังจาก สส.จำนวน 133 คน เข้าชื่อเสนอความเห็นต่อประธานสภาฯ
โดยให้คณะรัฐมนตรีจัดทำคำชี้แจง และจัดส่งสำเนาเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ
ขณะที่ นายกฯ อนุทิน มั่นใจว่าการออก พ.ร.ก.กู้เงินฯ เป็นไปตามเจตนารมณ์ที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญทุกประการ สิ่งสำคัญ คือ รัฐบาลต้องเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ แม้พรรคฝ่ายค้านอาจคิดว่าไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน แต่สำหรับรัฐบาล คือ เรื่องเร่งด่วน
นายกฯ อนุทิน ยืนยันว่า พ.ร.ก.กู้เงินฯ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ทุกอย่างจึงเป็นการดำเนินการตามขั้นตอน และเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" จะเข้าที่ประชุม ครม. วันนี้ ส่วนการยื่นศาลฯ ให้วินิจฉัย จะมีผลกระทบจนทำให้ผู้ให้กู้ลังเลหรือไม่นั้น นายกฯ ตอบทันทีว่า "ตอนนี้มีแต่แย่งกันให้กู้ ขอโทษที"
ขณะที่ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ย้ำว่าหากศาลรัฐธรรมนูญไม่มีคำสั่งเป็นอย่างอื่นว่า "ให้ยุติ" หรือ "ชะลอ" กระบวนการต้องดำเนินไปตามปกติ และจะไม่กระทบกับวงเงินที่จะใช้ในโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" เพราะกฎหมายมีผลบังคับใช้แล้ว จึงเดินหน้าตามปกติ โดยแนวทางการต่อสู้ของรัฐบาล จะมีชี้แจงตามความเป็นจริง โดยจะเสนอแนวทางในที่ประชุม ครม. ในวันนี้ (19 พ.ค.)