เจเศรษฐ์ อำนวยพร ส่งชาวมุสลิมไปประกอบพิธีฮัจย์

เจเศรษฐ์ อำนวยพร ส่งชาวมุสลิมไปประกอบพิธีฮัจย์

วันที่ 19 พ.ค. 2569 | 08.37 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
"เจเศรษฐ์" อำนวยพร ส่งชาวมุสลิมไปประกอบพิธีฮัจย์ ปี ฮ.จ.1447 ฝากร่วมวิงวอนต่ออัลลอฮ์ เพื่อความสงบสุขของประเทศชาติ ความสามัคคีของประชาชน และอนาคตที่มั่นคงของลูกหลาน

นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานพิธีอำนวยพรผู้เดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ ปี ฮ.จ.1447 ที่ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ โดยมี นายอรุณ บุญชม จุฬาราชมนตรี Mr. Adil Alfwzan รองเอกอัครราชทูตซาอุดีอาระเบียประจำประเทศไทย นายศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ และพี่น้องชาวไทยมุสลิมที่จะเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ เข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก โดยนายเจเศรษฐ์

โอกาสนี้ อาจารย์ชาติชาย บัลบาห์ ได้อัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน จากนั้น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวเปิดและอำนวยพร จุฬาราชมนตรี กล่าวอำนวยพร และนำกล่าวขอพร (ดุอาอ์) ให้แก่ผู้เดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ และในช่วงท้ายของพิธี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยจุฬาราชมนตรี ได้ร่วมกันมอบพัดลมพกพาเพื่อผู้เดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ได้ใช้ประโยชน์ขณะประกอบศาสนกิจ

นายเจเศรษฐ์ กล่าวด้วยว่า วันนี้คือวันแห่งเกียรติยศของชีวิตที่พี่น้องทุกท่านได้รับการเชิญจากอัลลอฮ์ให้เดินทางสู่นครเมกกะ "แผ่นดินอันศักดิ์สิทธิ์ที่หัวใจของผู้ศรัทธาทั่วโลกเฝ้าถวิลหาฮัจย์"  ซึ่งไม่ใช่เพียงการเดินทาง แต่คือบททดสอบของอีหม่าน คือ การละวางตัวตนและการยืนอยู่ต่อหน้าอัลลอฮ์  ด้วยหัวใจที่บริสุทธิ์ โดยทุกท่านกำลังจะก้าวข้ามสู่เส้นทางแห่งศรัทธา จงรักษาเจตนาให้บริสุทธิ์ จงอดทนต่อความเหน็ดเหนื่อย และยึดมั่นในหลักคำสอนของศาสนาอย่างเคร่งครัด ขอให้ทุกก้าวย่างเป็นย่างก้าวแห่งความดี ทุกคำวิงวอนเป็นคำวิงวอนที่ถูกตอบรับ และทุกหยาดเหงื่อเป็นพยานแห่งศรัทธาของท่านในฐานะตัวแทนของพี่น้องประชาชน และขอฝากหัวใจของแผ่นดินนี้ไปกับทุกคน ขอให้ท่านช่วยวิงวอนต่ออัลลอฮ์ เพื่อความสงบสุขของประเทศชาติ เพื่อความสามัคคีของประชาชน และเพื่ออนาคตที่มั่นคงของลูกหลานของเรา ภาครัฐจะยืนอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชน

นายเจเศรษฐ์ กล่าวอีกว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มุ่งมั่นพัฒนากิจการฮัจย์อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับคุณภาพการบริการควบคู่ไปกับการควบคุมค่าใช้จ่ายให้เป็นธรรม ทั้งขยายโอกาสให้พี่น้องมุสลิมได้เดินทางไปประกอบพิธีเพิ่มมากขึ้น โดบรัฐบาลได้ประสานงานและเจรจาเชิงรุกกับทางการราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย และหน่วยงานที่ให้บริการในเทศกาลฮัจย์อย่างใกล้ชิด เพื่อเพิ่มการบริการและปรับลดค่าใช้จ่ายในส่วนต่าง ๆ บริหารจัดการค่าโดยสารให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม พร้อมยกระดับสิทธิประโยชน์ด้านน้ำหนักสัมภาระ และการบริการอาหารตลอดการเดินทาง รวมถึงด้านที่พักอาศัย ได้ให้บริษัทมาชาริกยกระดับมาตรฐานเต็นท์ที่พักในทุ่งมีนา ทั้งระบบปรับอากาศและสุขอนามัยให้มีความสมบูรณ์ที่สุด ขอให้พี่น้องที่เดินทางไปในครั้งนี้ได้ให้ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะหรือหากมีบางสิ่งที่ไม่ตรงกับที่บริษัทแจ้งมา ขอให้แจ้งมาที่กรมการปกครองเพื่อนำข้อคิดเห็นข้อเสนอแนะเหล่านี้เข้ามาอยู่ในกระบวนการพิจารณาเลือกบริษัทใดบริษัทหนึ่งเพื่อดูแล เพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชนชาวไทย มุสลิมที่จะเดินทางไปประกอบพิธีต่อไป

นายเจเศรษฐ์ กล่าวด้วยว่า สิ่งสำคัญที่รัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยยึดมั่นโดยตลอด คือ ความโปร่งใส โดยการคืนเงินเหลือจ่ายจากการให้บริการและส่วนต่างค่าบัตรโดยสารเครื่องบิน จำนวนกว่า 62 ล้านบาท ให้แก่ผู้แสวงบุญในเทศกาลฮัจย์ ประจำปี 2568 ไปแล้ว 2,002 คน รวมกว่า 40 ล้านบาท และอยู่ระหว่างตรวจสอบความถูกต้องในส่วนที่เหลือ 4,601 ราย พร้อมได้จัดตั้งศูนย์อำนวยความสะดวกแก่ผู้เดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ ณ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ เพื่อดูแลและสนับสนุนพี่น้องทุกท่านในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเช็คอิน การบริหารจัดการสัมภาระ ตลอดจนกระบวนการตรวจคนเข้าเมือง และความปลอดภัย เพื่อให้มั่นใจว่าการเดินทางสู่ห้วงเวลาแห่งศรัทธาในครั้งนี้ จะเป็นไปอย่างสง่างาม และเปี่ยมด้วยความสุขสันติ ปฏิบัติศาสนกิจได้ครบถ้วนสมบูรณ์ตามหลักศาสนา
.
ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า การประกอบพิธีฮัจย์เป็นพิธีกรรมทางศาสนาที่เก่าแก่ตั้งแต่สมัยศาสดาอิบรอฮีม โดยเป็น 1 ใน 5 หลักปฏิบัติศาสนกิจของชาวมุสลิมที่ชาวมุสลิมทุกท่านปรารถนาที่จะกระทำพิธีกรรมทางศาสนาอย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิต ซึ่งในเทศกาลฮัจย์ทุกปี จะมีพี่น้องมุสลิมทั่วทุกมุมโลกเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ ณ ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ประมาณ 3 ล้านคน และในปีนี้ มีชาวไทยมุสลิมรวม 7,037 คน ร่วมในพิธีดังกล่าว ทั้งนี้ มีพี่น้องชาวไทยมุสลิมเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ผ่านท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ ไปยังเมืองเจดดาห์ ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ระหว่างวันที่ 18 เมษายน - 23 พฤษภาคม 2569 จำนวน 8 เที่ยวบิน 2,369 คน และท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ จ.สงขลา จำนวน 13 เที่ยวบิน 4,668 คน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง