ระหว่างสถานีมักกะสัน – คลองตัน การรถไฟฯ แจงชัดรถไฟไม่ได้วิ่งไปชนคน สาเหตุเกิดจากคนเจ็บ ขับขี่รถ จยย. มาจอดริมถนน ปีนข้ามแนวแบริเออร์เข้าไปยืนปัสสาวะในพื้นที่รถไฟ ไม่สามารถหยุดขบวนรถไฟได้ทัน
วันนี้ (19 พ.ค.69) เหตุรถไฟขบวนรถชานเมืองที่ 367 (กรุงเทพฯ - ฉะเชิงเทรา) เฉี่ยวชนคน บริเวณเสาโทรเลขที่ 6/3-4 ระหว่างสถานีมักกะสัน - คลองตัน (ช่วงก่อนเข้าป้ายหยุดรถอโศก) เมื่อเวลา 10.40 น.นั้น การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ชี้แจงทำความเข้าใจต่อสังคม เพื่อป้องกันการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนซึ่งอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่า “รถไฟวิ่งเข้าไปชนคน” โดยขอชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ดังนี้
รถไฟวิ่งอยู่บนรางตามปกติ โดยอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดในการเดินรถ แต่ เหตุการณ์นี้เกิดจากการกระทำโดยประมาทของผู้บาดเจ็บ ที่ขับขี่รถจักรยานยนต์มาจอดบริเวณริมถนน จากนั้นได้ “ปีนข้ามแนวแบริเออร์กั้น” ซึ่งเป็นสิ่งกีดขวางที่แบ่งแยกชัดเจนระหว่างถนนกับเขตทางรถไฟ เพื่อเดินเข้าไปยืนปัสสาวะในพื้นที่ของทางรถไฟในระยะกระชั้นชิด รวมทั้งขบวนรถไฟเปิดหวีดเตือน เมื่อขบวนรถไฟซึ่งเป็นพาหนะขนาดใหญ่และมีระยะเบรกยาววิ่งมาถึง จึงไม่สามารถหยุดรถได้ทันท่วงที ทำให้เกิดการเฉี่ยวชนขึ้น
การกระทำดังกล่าวนอกจากจะนำมาซึ่งอันตรายต่อชีวิตของตัวผู้บุกรุกเองแล้ว ยังส่งผลกระทบให้การเดินรถไฟต้องหยุดชะงักและล่าช้ากว่ากำหนดไปถึง 22 นาที สร้างความเดือดร้อนต่อผู้โดยสารส่วนรวมที่ใช้บริการ
การรถไฟแห่งประเทศไทย ขอย้ำเตือนประชาชนอีกครั้งว่า พื้นที่เขตทางรถไฟที่มีรั้วหรือแบริเออร์กั้น ถือเป็นพื้นที่อันตรายและหวงห้ามเด็ดขาด ห้ามมิให้ผู้ใดปีนป่าย ลักลอบเข้ามาเดินสัญจร หรือทำธุระส่วนตัวโดยเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตัวท่านเอง และป้องกันผลกระทบต่อระบบการเดินรถสาธารณะของประเทศ