ไร้การเหลียวแล เสาไฟฟ้าล้ม ช็อตเด็ก 15 ตาย ยายเจ็บสาหัส

ไร้การเหลียวแล เสาไฟฟ้าล้ม ช็อตเด็ก 15 ตาย ยายเจ็บสาหัส

View icon 289
วันที่ 20 พ.ค. 2569 | 14.53 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ครอบครัวใจสลาย! ร้องขอความเป็นธรรม กรณีเสาไฟฟ้าล้ม ช็อตเด็ก 15 เสียชีวิต ส่วนยายบาดเจ็บสาหัส แต่ไร้หน่วยงานเหลียวแล อ้างเป็นภัยธรรมชาติ ทั้งที่ชาวบ้านเคยเตือนเสาไฟเอียงมานานแล้ว

​นายประสาท อายุ 66 ปี ตาของผู้เสียชีวิต หอบหลักฐานเข้าร้องเพจ "สายไหมต้องรอด" พร้อมเล่าเหตุการณ์ด้วยความโศกเศร้าว่า เหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 18.00 น. บริเวณหมู่ 6 ตำบลหนองตางู อำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์ ขณะนั้นมีฝนตกหนัก ตนและครอบครัวกำลังเดินทางกลับบ้าน โดยมีหลานชายวัย 15 ปี ขับรถนำหน้า

​ก่อนเกิดเหตุประมาณ 1 ชั่วโมง มีชาวนาในพื้นที่เห็นว่าเสาไฟฟ้าต้นดังกล่าวล้มลงแล้ว แต่เนื่องจากบริเวณนั้นมืดสนิทและไม่มีไฟส่องสว่าง ทำให้หลานชายมองไม่เห็นและขับชนเข้าอย่างจัง เมื่อตนและภรรยาขับรถตามมาก็ถูกสายไฟเกี่ยวจนรถล้ม และถูกกระแสไฟฟ้าดูดจนหมดสติไปเช่นกัน เมื่อภรรยาฟื้นขึ้นมาและพยายามเข้าไปช่วยหลานชาย พบว่าหลานชายนอนจมกองเลือด อาการสาหัสรุนแรง จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล

​ด้าน นางสาวฉันท์สินี อายุ 33 ปี แม่ของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุตนทำงานอยู่ที่จังหวัดปทุมธานี และรีบเดินทางกลับทันทีที่รู้ข่าว เมื่อไปถึงโรงพยาบาลแพทย์แจ้งว่าต้องปั๊มหัวใจลูกชายมากกว่า 10 ครั้ง และอยู่ในขั้นวิกฤต กะโหลกศีรษะแตกอย่างรุนแรง สมองบวมจนสมองตาย ก่อนที่ลูกชายจะสิ้นใจอย่างสงบในเช้าวันถัดมา หลังเกิดเหตุได้ไปสอบถามการไฟฟ้าในพื้นที่เพื่อขอการเยียวยา แต่กลับได้รับคำตอบว่า "ไม่มีการช่วยเหลือโดยตรง" เนื่องจากมองว่าเป็น "ภัยธรรมชาติ" ต้องยื่นเรื่องขอความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเป็นกรณีพิเศษแทน วงเงินไม่เกิน 500,000 บาท ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะได้เต็มจำนวนหรือไม่

สิ่งที่ครอบครัวเสียใจที่สุดคือ ตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงวันพระราชทานเพลิงศพ ไม่มีตัวแทนจากการไฟฟ้าเดินทางมาร่วมงานศพ หรือเข้ามาสอบถามอาการของคนเจ็บเลยแม้แต่คนเดียว ส่วนที่อ้างว่าเป็นภัยธรรมชาติ ครอบครัวคาใจมากว่าถ้าเป็นเพราะพายุฝนจริง ทำไมเสาไฟต้นอื่นถึงไม่ล้ม ทั้งที่ชาวบ้านและผู้ใหญ่บ้านเคยเตือนแล้วว่าเสาไฟตรงนี้เอียงและต้องใช้ไม้ค้ำยันมานานแล้ว แต่กลับไม่มีการแก้ไขอย่างจริงจัง" แม่ผู้เสียชีวิต กล่าว

​ขณะที่ นายนิรันดร์ เกเง้ว ผู้ร่วมก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เปิดเผยว่า เคสนี้ทางการไฟฟ้าไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้ เพราะมีรายงานว่าเสาไฟล้มตั้งแต่เวลา 17.00 น. แต่กลับไม่มีการตัดกระแสไฟฟ้า หรือจัดเจ้าหน้าที่มาปิดกั้นพื้นที่อันตรายจนกระทั่งเกิดเหตุสลดขึ้น ถือเข้าข่ายความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่อย่างชัดเจน

​หลังจากนี้ ทางเพจจะประสานไปยังกองทุนสิทธิและเสรีภาพ รวมถึงกระทรวงยุติธรรม เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมายและการฟ้องร้องต่อศาลปกครอง เนื่องจากเป็นหน่วยงานรัฐ พร้อมทั้งดำเนินคดีอาญาควบคู่ไปด้วย และขอเรียกร้องให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จังหวัดนครสวรรค์ เร่งตรวจสอบเสาไฟฟ้าที่เอียงในพื้นที่อื่น ๆ ทันที เพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียซ้ำรอยอีก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง