เลขาธิการ ป.ป.ช.ลุยสร้างกลไกบรรษัทภิบาล เสนอแข่งราคาต้องมีมาตรการควบคุมภายใน ไม่ให้ทุจริตคอร์รัปชันเติบโต จับตาโครงการรัฐงบฯ เกิน 500 ล้านบาท เผย 60% เรื่องร้องเรียน-ชี้มูลความผิด เป็นการจัดซื้อจัดจ้างของ อปท.
วันนี้ (21 พ.ค. 69) นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธานกล่าวเปิดงานโครงการสื่อมวลชนสัมพันธ์ ครั้งที่ 1 ณ โรงแรม ลพบุรี อินน์ รีสอร์ท จ.ลพบุรี โดยนายสุรพงษ์ กล่าวตอนหนึ่งถึงประเด็นผลสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการของภาครัฐ โดยมูลนิธิคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน (กกร.) ว่าอาจต้องลงไปดูในเนื้อหาว่าสิ่งที่ กกร. ให้ข้อมูลมาในเรื่องของหน่วยงานที่อาจเกี่ยวข้องมีข้อมูลอย่างไร ตรงความจริงหรือไม่ ข้อมูลดิบหรือสิ่งที่คนเข้าไปสัมภาษณ์เป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจริง ๆ หรือไม่ หรือใช้เพียงความรู้สึก
เรื่องนี้จึงเป็นประเด็นที่ทำให้รัฐบาลมีการตั้ง ”คณะกรรมการประสานงานเพื่อต่อต้านการทุจริต“ ขึ้นมา แม้ไม่ใช่เรื่องใหม่และไม่ใช่รัฐบาลแรกที่ทำ แต่คิดว่าสิ่งที่รัฐบาลได้ทำและมีทุกภาคส่วนเข้าไปร่วมประชุม เราจะเห็นกลไกใหม่ ๆ ในเรื่องของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าจะนำเสนออะไร
เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมา ป.ป.ช. พยายามสังเคราะห์แยกแยะว่าปัญหาคอรัปชันเกิดจากบังคับใช้กฎหมาย การอาศัยอำนาจหน้าที่เรียกรับทรัพย์สินหรือผลประโยชน์ หรือใช้อำนาจแสวงหาทรัพยากรธรรมชาติ หรือการจัดซื้อจัดจ้าง โดยปัญหากับกระบวนการของการจัดซื้อจัดจ้าง เป็นปัญหาหนึ่งที่ทำให้เกิดการทุจริตคอรัปชัน ซึ่งมีประมาณ 60% เป็นคดีที่ ป.ป.ช. รับไว้และชี้มูลไป ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง เกี่ยวกับการเป็นผู้จัดการแผนของภาครัฐและงบประมาณแผ่นดิน ที่มีการทำโครงการลงไปยัง อปท. เพราะฉะนั้นตัวเลขต่าง ๆ ที่รับทราบกันว่าจะมีการจ่ายเงินสินบนต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราจำเป็นต้องควบคุมหรือสร้างกลไกไม่ให้คอรัปชันเติบโต
โดยสรุป ป.ป.ช. และหน่วยงานภาคี ไม่ว่าจะเป็น สตง. ป.ป.ท. ได้สร้างความร่วมมือกัน เพื่อบูรณาการหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และเพื่อทำงานร่วมกัน
นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า ป.ป.ช. สตง. และ ป.ป.ท. ขับเคลื่อนเรื่องกระบวนการตรวจสอบโครงการของรัฐขนาดใหญ่ และโครงการของรัฐในส่วนของท้องถิ่นด้วย โดยโครงการของรัฐขนาดใหญ่ตั้งแต่ 500 ล้านบาท ขึ้นไป เราลงไปวางมาตรการเพื่อหาความเสี่ยงก่อนที่จะเกิดการทุจริตคอรัปชัน นับเป็นมาตรการป้องกันในเชิงลึก ซึ่งมุ่งในเรื่องราคากลางว่าสูงเกินจริงหรือไม่ ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ดูเรื่อง TOR จะมีการล็อกสเปกหรือเอื้อประโยชน์ให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือไม่ และมาตรการตรวจสอบการสมยอมราคาของผู้เสนอราคา เกี่ยวกับความคุ้มค่า ที่มีการใช้เงินงบประมาณภายในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง เน้นเรื่องการบังคับใช้กฎหมายที่เน้นป้องกันไม่ให้การทุจริตเกิดขึ้น
ทั้งนี้ การป้องกันและปราบปรามการทุจริตเป็นปัญหาของประเทศมานาน ไม่ใช่หน่วยงานของรัฐเพียงอย่างเดียว หรือ ป.ป.ช. เพียงองค์กรเดียวที่จะมาแก้ไข แต่ต้องร่วมกันบูรณาการการทำงานทุกภาคส่วน
เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวด้วยว่า รัฐบาลต้องช่วยเหลือการทำงานของ ป.ป.ช. ด้วย บุคลากรและงบประมาณมีเพียงพอแล้ว แต่เราจะสร้างกลไกบรรษัทภิบาล เพื่อให้บริษัทที่เป็นนิติบุคคล เมื่อจะเสนอราคา ต้องมีกลไกหรือมาตรการควบคุมภายในที่สามารถบอกได้ว่านิติบุคคลนั้นมีธรรมาภิบาล มีแนวทางในการต่อต้านการทุจริต รวมถึงบริษัทลูกที่จะเข้าไปประมูลงาน สิ่งเหล่านี้ ป.ป.ช. จะนำเรียนต่อไปยังกรมบัญชีกลางว่าจะทำอย่างไรให้การจัดซื้อจัดจ้างออกมาบังคับใช้และผู้เสนอราคาต้องมีมาตรการตรวจสอบ เชื่อว่าจะทำให้บ้านเมืองดีขึ้น