ช่วยเกษตรกร “ชุมพร” ด้วย! ร่ำไห้ขาดทุนยับ “ปลากะพง” น็อกน้ำตายเกลื่อน จากกิโลกรัมละ 180 เหลือ 20 บาท วอนรัฐเร่งแก้น้ำเสียก่อนหมดตัว
.
เมื่อวานนี้ (21 พ.ค.69) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ หมู่ 4 ตำบลท่ายาง และหมู่ 2 ตำบลบางหมาก อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร หลังชาวบ้านผู้เลี้ยงปลากะพงในกระชัง รวมตัวเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ นายพิเศษ บุญยืน กำนันตำบลท่ายาง และเข้าหารือกับ นายสุรพงศ์ ประสารวุฒิ นายกเทศมนตรีตำบลบางหมาก เพื่อขอความช่วยเหลือเร่งด่วน หลังเกิดวิกฤต “ปลาน็อกน้ำ”
ตายจำนวนมาก สร้างความเสียหายหนักหลายล้านบาท คาดว่าประมาณ 7 ล้านบาท
.
โดยเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพง เปิดเผยด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่า สาเหตุสำคัญมาจากน้ำเสียที่หมักหมมจากเขตเทศบาลเมือง ประกอบกับช่วงฝนตกหนักชลประทานได้ปล่อยน้ำลงคลองอย่างรวดเร็ว ทำให้กระแสน้ำพัดเอาแอมโมเนียและตะกอนเน่าเสียที่สะสมอยู่ไหลลงมากระแทกพื้นที่เลี้ยงปลาอย่างรุนแรง
.
“น้ำมาแรงมาก พวกเราตั้งตัวไม่ทัน ปลาในกระชังใช้เวลาแค่ประมาณ 10 นาที ก็น็อกน้ำตายหมด เพราะน้ำเสียทำให้ออกซิเจนในน้ำหายไปทันที” เกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพง กล่าว
.
เกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพง จึงขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะชลประทานและเทศบาลเมือง เร่งแก้ปัญหาน้ำเสียอย่างจริงจัง พร้อมเสนอให้มีการปล่อยน้ำอย่างต่อเนื่องตลอดปี ไม่ใช่ปิดกั้นน้ำนานหลายเดือนจนของเสียสะสม ก่อนปล่อยรวดเดียวจนเกิดหายนะซ้ำซาก
.
จากเดิมปลากะพงมีราคาจำหน่ายกิโลกรัมละประมาณ 180 บาท แต่หลังเกิดเหตุปลาน็อกน้ำ ราคาตกฮวบเหลือเพียง 20-50 บาทต่อกิโลกรัม บางส่วนขายไม่ได้ ต้องนำไปทำปุ๋ย ขณะที่ความเสียหายเฉพาะรายอยู่ที่ประมาณ 200,000-300,000 บาท
.
นอกจากนี้ ยังมีชาวบ้าน ยังตั้งข้อสังเกตถึง “โรงบำบัดน้ำเสีย” ในพื้นที่หมู่ 4 ตำบลบางหมาก ที่ก่อสร้างมานานกว่า 30 ปี แต่ยังไม่สามารถใช้งานได้จริง แม้จะมีงบประมาณซ่อมแซมและวางท่อหลายครั้งก็ตาม
“ถ้ามีการบำบัดน้ำเสียจริง เหตุปลาน็อกน้ำคงไม่เกิด เพราะน้ำเสียส่วนใหญ่ถูกปล่อยลงคลองโดยไม่ผ่านการบำบัดเลย” ชาวบ้าน กล่าว
.
ขณะที่ กำนันตำบลท่ายาง ระบุว่า ชาวบ้านต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแจ้งเตือนล่วงหน้าก่อนมีการปล่อยน้ำ เพื่อให้เกษตรกรเตรียมรับมือได้ทัน เพราะขณะนี้ความเสียหายเกิดขึ้นเป็นวงกว้าง
.
ส่วนนายกเทศมนตรีตำบลบางหมาก เปิดเผยว่า ทางเทศบาลได้ประสานหน่วยงานประมง รวมถึงแจ้งไปยังนายวิชัย สุดสวาสดิ์ สส.ชุมพร เขต 1 พรรคภูมิใจไทย และรายงานผู้บังคับบัญชาแล้ว เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน
.