ห้องข่าวภาคเที่ยง - ตามต่อปมพิพาทที่ดินชายแดนจังหวัดสระแก้ว ระหว่าง "เจ๊รัตน์" อดีตเมียกำนันลี กับชาวบ้านที่เป็นเจ้าของที่ดินเดิม ที่ได้มีเอกสารกรรมสิทธิ์ครอบครองที่ดินจากรุ่นสู่รุ่น เมื่อวาน นายอำเภอโคกสูง นำทีมลงพื้นที่บริเวณพิพาทอีกครั้ง เพื่อชี้แจงสิทธิ์ที่ดินให้ชาวบ้านสองฝ่ายได้เข้าใจ
ปมพิพาทที่ดินชายแดน "เจ๊รัตน์-ชาวบ้าน"
ถ้าจำกันได้ก่อนหน้าเมื่อวันก่อน นายนริศ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา นายอำเภอโคกสูง เคยลงไปเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ย ปมพิพาท ระหว่าง เจ๊รัตน์ อดีตเมียกำนันลี กับชาวบ้านที่เป็นเจ้าของที่ดินเดิมแล้วครั้งหนึ่ง แต่เคลียร์ไม่ลงตัว เป็นที่มาปรากฏคลิปปะทะฝีปากกัน
ต่อมาเมื่อวาน นายอำเภอโคกสูง ลงพื้นที่อีกครั้ง พร้อม นายอำนาจ ศรีสงค์ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสระแก้ว สาขาอรัญประเทศ เพื่อพูดคุยกับ นายสง่า ศรีเพีย ชาวบ้านหนองจาน อำเภอโคกสูง ซึ่งเป็นผู้อ้างสิทธิ์เป็นเจ้าของที่ดิน ส.ค.1 เดิมมาตั้งแต่ในอดีต
กระทั่งหลังเหตุการณ์ปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา สงบลง ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว และกำลังทหารเข้ามาดำเนินการ ทำให้ นายสง่า ศรีเพีย ซึ่งเป็น 1 ในชาวบ้าน 7 ราย ที่เข้าสู่ขบวนการพิสูจน์และได้รับมอบสิทธิ์ครอบครองที่ดิน กรณีนี้มีชาวบ้าน 7 ราย ที่ได้รับสิทธิ์จากผู้ว่าฯ บนที่ดินทั้งหมด 8 แปลง รวมแล้วกว่า 100 ไร่
ปัญหาพิพาทที่ดิน "เจ๊รัตน์" จ่อแจ้งความ
นายสง่า ศรีเพีย ยังบอกอีกว่า ตัวเองมีว่าสิทธิ์ครอบครองที่ทำกินมีประมาณ 28 ไร่ และถือครองกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ รุ่นย่า ก่อนที่จะมีการตั้งศูนย์อพยพบ้านหนองจาน ระหว่างปี 2518-2522 จากนั้นพื้นที่ดังกล่าวถูกทหารกัมพูชาห้ามไม่ให้คนไทยเข้า จนทำให้ต้องรอมานานกว่า 50 ปี พอจะได้เข้ามาทำกินในพื้นที่ดังกล่าว ก็มาเกิดเหตุมีคนมาขวาง
ด้าน นางทองลัด กันหา หรือ เจ๊รัตน์ อดีตเมียกำนันลี ก็อ้างว่า ตัวเองอยู่และเห็นที่ดินบริเวณนี้มาตั้งแต่ องค์การสหประชาชาติ (UN) เข้ามาตั้งค่ายช่วยเหลือผู้อพยพชาวกัมพูชา กระทั่ง องค์การสหประชาชาติ ถอนค่ายออกไป ก็มีทหารกัมพูชาและไทยเข้ามาเคลียร์พื้นที่
โดยตนเอง ยืนยันว่า ตัวเองมีเอกสาร ภ.บ.ท.5 หรือ เอกสารการเสียภาษีบำรุงท้องที่ (ภาษีดอกหญ้า) ที่ออกให้โดยองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น (อบต. หรือ เทศบาล) ยืนยันว่าตัวเองก็จ่ายเงินภาษีบำรุงท้องที่ อย่างถูกต้องมาโดยตลอดหลายสิบปี ตั้งแต่ปี 2546
แต่มาวันนี้ กลับถูก นายสง่า ที่อ้างสิทธิ์เป็นเจ้าของที่ดิน นำรถแบ็กโฮเข้าขุดรื้อทำลายแปลงอ้อยที่ตนเองปลูกไว้บนที่ดินดังกล่าว ได้รับความเสียหาย วันนั้นตนเองจึงต้องถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานแจ้งร้องทุกข์กับตำรวจ เพื่อเอาผิดกับผู้บุกรุก ทำให้ทรัพย์สินของตนเองเสียหาย
นายอำนาจ ศรีสงค์ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสระแก้ว สาขาอรัญประเทศ ระบุว่า ตามกระบวนการต่อไป ก็ให้ชาวบ้านทุกราย เข้าไปปรับที่ดินทำกินตามสิทธิ์ครอบครองตามเอกสาร ในเวลาไม่เกิน 7 วัน โดยให้รอเจ้าหน้าที่เข้าไปทำการรังวัดที่ดิน เพื่อพิสูจน์สิทธิ์ ภายในวันที่ 18 มิถุนายน จำนวน 2 ราย และในวันที่ 22 มิถุนายนอีก 2 ราย และขณะที่มีการรังวัดที่ดิน ห้ามไม่ให้ชาวบ้านขัดขวางกระบวนการรังวัด แต่ชาวบ้านสามารถทำการคัดค้านได้ตามกระบวนการ
ขณะที่ พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึง คืบหน้าเรื่องการประชุม GBC ว่า ขณะนี้ให้ฝ่ายเลขานุการของ GBC ทั้งไทยและกัมพูชาไปพูดคุยกันก่อน ซึ่งมองว่าไม่ใช่เรื่องยาก แต่ยืนยันว่าเรื่องการเปิดด่านจะเป็นเรื่องสุดท้าย ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าสถานการณ์จะดีขึ้นเมื่อไหร่ หากปฏิบัติตามตามข้อตกลง Joint Statement ครบ ดำเนินการทุกอย่างตามที่ฝ่ายไทยบอก หมายถึงว่าต่างฝ่ายต่างต้องมีเงื่อนไขซึ่งกันและกัน
เปิดเอกสารลับ ข้อเสนอ กต.ยกเลิก MOU 44
เปิดเอกสารลับ กระทรวงการต่างประเทศ ทำข้อเสนอถึงคณะรัฐมนตรี ถึงเหตุผลในการยกเลิก MOU 44 ยืนยัน ไม่กระทบต่อการอ้างสิทธิทางทะเล และไม่ได้ทำให้ไทยต้องสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติ
สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เปิดเผยเอกสารลับมาก ซึ่งทำการปลดชั้นความลับ โดยเป็นเอกสารจากกระทรวงการต่างประเทศ ลงนามโดย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว (รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ)
ทำหนังสือถึง เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 เมษายนที่ผ่านมา ถึงแนวทางการดำเนินการในการเจรจาแก้ไขปัญหาพื้นที่ที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อน
เอกสารมีทั้งหมด 6 หน้า นำเสนอ เหตุผลความจำเป็น- ผลกระทบ และแนวทางแก้ปัญหา เมื่อมีการยกเลิกเอ็มโอยู 2544
เนื้อหาระบุว่า ที่ผ่านมากัมพูชา เลือกตีความ MOU 44 เฉพาะส่วนที่เป็นประโยชน์แก่ฝ่ายตนเอง โดยเฉพาะเรื่องแบ่งเขตทางทะเล
กระทรวงการต่างประเทศ เห็นว่า ข้อเสนอการยกเลิก MOU 44 จะไม่กระทบต่อการอ้างสิทธิทางทะเลของไทยและกัมพูชา เนื่องจากทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้บรรลุข้อตกลงแบ่งเขตทางทะเลระหว่างกัน
ขณะที่ กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย เห็นว่า เนื้อหาสาระของ MOU 44 ไม่มีบทบัญญัติใดเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทย และไม่ได้มีบทบัญญัติให้ใช้ทรัพยากรธรรมชาติ หรือ ทำให้ประเทศต้องสูญเสียสิทธิในทรัพยากรธรรมชาติทั้งหมดหรือบางส่วน
ก่อนหน้านี้ ทีมข่าวการเมืองช่อง 7HD ได้ไปสัมภาษณ์พิเศษ นายเบญจมินทร์ สุกาญจนัจที อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย บอกว่า MOU 44 เหมือนเวทีการเจรจา ที่มีมิติทางการเมืองค่อนข้างสูง ไทยจึงย้ายเวทีการเจรจาไปใช้ UNCLOS
น่าจะทำให้การเจรจาก้าวหน้ามากขึ้น /เจตนาหลักของกฎหมายทางทะเล คือ แบ่งเขตทางทะเล ไม่ได้เน้นแบ่งทรัพยากร โดย MOU 44 เน้นแบ่งเขตทางทะเล ควบคู่ไปกับการแบ่งทรัพยากร
ซึ่งเป้าหมายของ 2 ชาติต่างกัน ไทยพยายามเน้นแบ่งเขตทางทะเลเป็นหลัก แต่กัมพูชาเน้นแบ่งทรัพยากรธรรมชาติมาใช้เป็นหลัก