“โดนัลด์ ทรัมป์” ประกาศ อาจเป็นผู้นำสหรัฐฯ คนแรกที่แทรกแซง “คิวบา” หลังสหรัฐฯ ฟ้องร้อง "ราอูล คาสโตร" อดีตผู้นำคิวบา ฐานสมรู้ร่วมคิดในแผนฆาตกรรมชาวอเมริกัน เมื่อ 30 ปีก่อน
วันนี้ (22 พ.ค. 69) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เผยกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวเมื่อวันพฤหัสบดี (21 พ.ค.69) ว่า ในบรรดาผู้นำสหรัฐฯ คนก่อนหน้าต่างพิจารณาเรื่องการแทรกแซงคิวบามานานหลายทศวรรษแล้ว แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าผมอาจต้องเป็นผู้ลงมือดำเนินการเอง และผมก็ยินดีที่จะทำเช่นนั้น
ก่อนหน้านั้นในวันเดียวกัน “มาร์โค รูบิโอ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ เผยว่า ความเป็นไปได้ที่จะบรรลุข้อตกลงผ่านการเจรจากับคิวบาในขณะนี้มีไม่มากนัก
และเมื่อไม่นานมานี้ สหรัฐฯ ได้ตั้งข้อกล่าวหาต่อ “ราอูล คาสโตร” ผู้นำการปฏิวัติคิวบา กรณีมีส่วนพัวพันกับเหตุการณ์กองทัพคิวบายิงเครื่องบิน 2 ลำ ตกจนมีชาวอเมริกันเสียชีวิตเมื่อ 30 ปีก่อน พร้อมส่งเรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส นิมิตช์ เข้าไปประจำการในทะเลแคริบเบียน ซึ่งถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มแรงกดดันต่อคิวบาในวงกว้าง
ก่อนหน้านี้เมื่อวันพุธ (20 พ.ค. 69) ที่ผ่านมา ประธานาธิบดี มิเกล ดิอัซ-กาเนล ของคิวบา ระบุว่า การตั้งข้อกล่าวหา “ราอูล คาสโตร” ของสหรัฐฯ เป็น "เกมการเมือง" ที่ไม่มีพื้นฐานทางกฎหมาย พร้อมระบุว่า สหรัฐฯ กำลังโกหกและบิดเบือนเหตุการณ์เกี่ยวกับการยิงเครื่องบินขนาดเล็กขององค์กร “บราเธอร์ส ทู เดอะ เรสคิว” (Brothers to the Rescue) ซึ่งเป็นองค์กรก่อการร้ายค้ายาเสพติด
นอกจากนี้ ยังเตือนเมื่อวันจันทร์ (18 พ.ค. 69) ที่ผ่านมา ว่า หากสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีทางทหารต่อคิวบา จะก่อให้เกิดการนองเลือดที่มีผลกระทบอย่างประเมินค่าไม่ได้ และสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคลาตินอเมริกาและแคริบเบียน