“ทรัมป์” ลั่น ตนอาจเป็นผู้นำสหรัฐฯ คนแรกที่แทรกแซง “คิวบา” หลังสหรัฐฯ ยกระดับการกดดัน

“ทรัมป์” ลั่น ตนอาจเป็นผู้นำสหรัฐฯ คนแรกที่แทรกแซง “คิวบา” หลังสหรัฐฯ ยกระดับการกดดัน

View icon 40
วันที่ 22 พ.ค. 2569 | 11.38 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
“โดนัลด์ ทรัมป์” ประกาศ อาจเป็นผู้นำสหรัฐฯ คนแรกที่แทรกแซง “คิวบา” หลังสหรัฐฯ ฟ้องร้อง "ราอูล คาสโตร" อดีตผู้นำคิวบา ฐานสมรู้ร่วมคิดในแผนฆาตกรรมชาวอเมริกัน เมื่อ 30 ปีก่อน

วันนี้ (22 พ.ค. 69) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เผยกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวเมื่อวันพฤหัสบดี (21 พ.ค.69) ว่า ในบรรดาผู้นำสหรัฐฯ คนก่อนหน้าต่างพิจารณาเรื่องการแทรกแซงคิวบามานานหลายทศวรรษแล้ว แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าผมอาจต้องเป็นผู้ลงมือดำเนินการเอง และผมก็ยินดีที่จะทำเช่นนั้น

ก่อนหน้านั้นในวันเดียวกัน “มาร์โค รูบิโอ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ เผยว่า ความเป็นไปได้ที่จะบรรลุข้อตกลงผ่านการเจรจากับคิวบาในขณะนี้มีไม่มากนัก

และเมื่อไม่นานมานี้ สหรัฐฯ ได้ตั้งข้อกล่าวหาต่อ “ราอูล คาสโตร” ผู้นำการปฏิวัติคิวบา กรณีมีส่วนพัวพันกับเหตุการณ์กองทัพคิวบายิงเครื่องบิน 2 ลำ ตกจนมีชาวอเมริกันเสียชีวิตเมื่อ 30 ปีก่อน พร้อมส่งเรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส นิมิตช์ เข้าไปประจำการในทะเลแคริบเบียน ซึ่งถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มแรงกดดันต่อคิวบาในวงกว้าง

ก่อนหน้านี้เมื่อวันพุธ (20 พ.ค. 69) ที่ผ่านมา ประธานาธิบดี มิเกล ดิอัซ-กาเนล ของคิวบา ระบุว่า การตั้งข้อกล่าวหา “ราอูล คาสโตร” ของสหรัฐฯ เป็น "เกมการเมือง" ที่ไม่มีพื้นฐานทางกฎหมาย พร้อมระบุว่า สหรัฐฯ กำลังโกหกและบิดเบือนเหตุการณ์เกี่ยวกับการยิงเครื่องบินขนาดเล็กขององค์กร “บราเธอร์ส ทู เดอะ เรสคิว” (Brothers to the Rescue) ซึ่งเป็นองค์กรก่อการร้ายค้ายาเสพติด

นอกจากนี้ ยังเตือนเมื่อวันจันทร์ (18 พ.ค. 69) ที่ผ่านมา ว่า หากสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีทางทหารต่อคิวบา จะก่อให้เกิดการนองเลือดที่มีผลกระทบอย่างประเมินค่าไม่ได้ และสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคลาตินอเมริกาและแคริบเบียน