นักศึกษาซิ่งเก๋งแหกด่าน พุ่งชนตำรวจยศ ร.ต.อ ร่างปลิว ได้รับบาดเจ็บสาหัส ค้นรถพบอาวุธปืนพร้อมเครื่องกระสุนปืนอีก 24 นัด อ้างไม่รู้ของใคร
เมื่อเวลา 01.10 น.วันที่ 22 พ.ค.69 ขณะที่ร.ต.อ.ธารณ ภิรมจิตรเจริญ รอง สว.(จร.)สน.บางนา พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สน.บางนา ตั้งจุดตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ อยู่บริเวณถนนบางนา-ตราด ขาออก กม.๑ ช่องคู่ขนาน แขวงบางนาเหนือ เขตบางนา กรุงเทพฯ ได้มีรถยนต์ สีขาว ขับผ่านมา ร.ต.อ.ธารณ จึงโบกให้หยุด แต่รถคันดังกล่าวกลับพุ่งชน ร.ต.อ.ธารณ จนร่างกระเด็นได้รับบาดเจ็บสาหัส อาการโคม่า สมองบวม กระดูกต้นคอหัก และมีแผลตามลำตัว แขน ขา จากนั้นรถยนต์คันดังกล่าวขับไปชนรถจยย.ตราโล่ และรถแท็กซี่ สีเขียว เหลือง ซึ่งจอดอยู่ในด่านได้รับความเสียหาย
เจ้าหน้าที่ต้องขับรถกระบะขวางหน้ารถคันดังกล่าว จนรถไม่สามารถไปต่อได้ คนขับจึงยอมลงมามอบตัวแต่โดยดีทราบชื่อคนขับคือ นายธนบัตร อายุ20ปี และคนนั่งข้างๆ คือ นายอัครวินท์ อายุ20 ปี ทั้งคู่เป็นนักศึกษา มีภูมิลำเนาอยู่ จ.เชียงราย จากการตรวจค้นในรถพบอาวุธปืนกล็อก 19 ขนาด 9 มม.พร้อมเครื่องกระสุนปืนอีก24นัด ซุกอยู่ในที่ใส่ยางอะไหล่ และจากการตรวจวัดแอลกอฮอล์และสารเสพติด ไม่พบในร่างกายแต่อย่างใด
จากการสอบสวนนายธนบัตร ให้การวกวน อ้างว่า ขับรถมาไม่เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และอ้างว่าไม่รู้ว่าปืนที่อยู่ในรถเป็นของใคร จึงแจ้งข้อหา“ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายสาหัส” ส่วนนายอัครวินท์ แจ้งข้อหา “ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร”พร้อมทั้งแจ้งสิทธิให้ทราบ จากนั้นนำตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย
ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า นายอัครวินท์ มีประวัติร่วมกันทำร้ายร่างกายและพกพาอาวุธปืนรวม 5 คดี และยังเป็นหนึ่งในแก๊งโอริโอ้ที่เป็นข่าวโด่งดังช่วงต้นปี 68