ตร.เล็งเพิ่มโทษจราจร จอดรถคร่อมทางรถไฟ

View icon 30
วันที่ 22 พ.ค. 2569 | 16.01 น.
ข่าวเย็นประเด็นร้อน
แชร์
ข่าวเย็นประเด็นร้อน - ส่วนหนึ่งของปัญหาอุบัติเหตุ ต้องยอมรับจริง ๆ เพราะว่าผู้ใช้รถใช้ถนนนไม่เคารพกฎจราจร

เป็นคลิปตำรวจอินฟลู "พี่หมี RCA" ขอใบขับขี่กับผู้ขับขี่ฝ่าฝืนจอดรถคร่อมทางรถไฟ เหตุเกิดในพื้นที่ สน.มักกะสัน ในคลิปตำรวจพูดคุยอยู่นานเกือบ 2 นาที แต่เธอก็พูดโยกโย้ ไม่ยอมแสดงใบขับขี่ ถึงขั้นตำรวจต้องเลื่อนแบริเออร์ปิดกั้นเส้นทาง

ส่วนคลิปนี้เป็นรถตู้ ไม่แน่ใจว่าเป็นรถตู้รับ-ส่งนักเรียนไหม ขับฝ่าไม้กั้น และเสียงสัญญาณรถไฟ แล้วหยุดรถในเขตห้ามจอด สุดท้ายเจ้าหน้าที่อาณัติสัญญาณต้องไปเรียก และพาออกมา เคราะห์ดีว่าไม่ใช่จังหวะที่รถไฟผ่านมาพอดี

อีกคลิปเป็นคลิปรถตู้คอนเทนเนอร์ น้ำมันหมดตรงไหนไม่หมด ดันไปอยู่ตรงกลางรางรถไฟ ถึงขั้นประจันหน้ากับขบวนรถไฟ และจอดรถรอ งานนี้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต แต่ก็เสียเวลาอยู่นาน และเจ้าหน้าที่ก็ต้องวุ่นวายกันไปหมด

เช้านี้ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรียกประชุมเครียด เพื่อวางมาตรการป้องกันและเอาผิดกับผู้ใช้รถใช้ถนนที่ไม่เคารพกฎจราจร จอดรถคร่อมรางรถไฟ รวม 58 จุดทั่วกรุงเทพฯ ข้อสรุปตัวนี้มีเพื่อเอาผิดผู้ใช้รถใช้ถนนที่ทำผิดซ้ำซาก ไม่หลาบจำ ส่วนแนวทางการแก้ไขปัญหา แบ่งออกเป็น 3 ระยะ คือ ระยะสั้น กลาง ยาว

โดยระยะสั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งสำรวจและปรับปรุงสัญลักษณ์จราจรบริเวณทางตัดรถไฟ รวมถึงตรวจสอบกล้องวงจรปิดและอุปกรณ์ความปลอดภัยต่าง ๆ ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน

สำหรับระยะกลาง-ยาว เตรียมนำเทคโนโลยีมาช่วยในการบริหารจัดการ จุดตัดทางรถไฟเพื่อลดความเสี่ยง

ส่วนระยะเร่งด่วน กองบัญชาการตำรวจนครบาล สั่งบังคับใช้กฎหมายบริเวณจุดตัดทางรถไฟทุกพื้นที่ พร้อมจัดกำลังตำรวจประจำจุด ดำเนินคดีกับผู้ฝ่าฝืนอย่างจริงจัง ควบคู่กับการใช้ภาพวงจรปิด เป็นหลักฐานมัดตัวเอาผิดประชาชนที่จอดรถคร่อมรางรถไฟ

ขณะที่ ผู้ว่าการรถไฟฯ สั่งเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ประจำจุดกั้นรถไฟ เพิ่มอีก 1 คน โดยใช้ผู้บังคับบัญชา ลงไปตรวจสอบควบคุมการปฎิบัติงาน ต้องบอกว่าตัวนี้เป็นเพียงแนวคิด ยังไม่เคาะวันบังคับใช้

ส่วนความคืบหน้าคดีอุบัติเหตุ ล่าสุดตำรวจสอบปากคำผู้บาดเจ็บเพิ่ม 14 คน จากทั้งหมด 32 คน และเจ้าหน้าที่การรถไฟ 1 คน และรอเรียกเข้าสอบเพิ่มเติมอีก 2 คน

ส่วนคนขับรถไฟที่ตรวจพบว่าเสพยาบ้า และกัญชา ตำรวจแจ้งข้อหาเสพสารเสพติด แทนข้อหาเสพยาบ้า เพราะเนื่องจากกฎหมายรถไฟ อยู่ภายใต้ พ.ร.บ.การเดินรถทางราง จึงไม่ครอบคลุมข้อหาเสพยาเสพติดขณะขับรถของ พ.ร.บ.จราจรทางบก