วันนี้ (22 พ.ค. 69) นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ (21 พ.ค. 69) ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.)
ร่วมกับตำรวจไซเบอร์ กรมศุลกากร กรมสรรพสามิต และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ได้เข้าตรวจค้นขบวนการลักลอบจำหน่ายวิทยุสื่อสาร และอุปกรณ์โทรคมนาคมผิดกฎหมายรายใหญ่
หลังเข้าตรวจค้นคลังสินค้า และจุดกระจายสินค้าหลายจุดในพื้นที่ อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สุมทรปราการ พบของกลางเป็นวิทยุสื่อสาร เครื่องรับ-ส่งสัญญาณ และอุปกรณ์ดัดแปลงที่ไม่ได้ผ่านการรับรองมาตรฐาน จำนวนมาก รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 20 ล้านบาท
นายไตรรัตน์ เปิดเผยว่า การจับกุมในครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสทช. ได้ตรวจพบร้านค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์มีการโฆษณาขายวิทยุสื่อสารราคาถูกผิดปกติ โดยไม่มีใบอนุญาตให้จำหน่ายเครื่องวิทยุคมนาคมจากสำนักงาน กสทช. จึงได้ทำการสืบสวนขยายผลจนพบแหล่งจัดเก็บสินค้าขนาดใหญ่ (โกดังเช่า)
โดยพบเครื่องวิทยุคมนาคมที่ไม่ผ่านการตรวจรับรองมาตรฐานจากสำนักงาน กสทช. กล่องรับสัญญาณโทรทัศน์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต และมีการปลอมแปลงสติ๊กเกอร์ครุฑรับรองมาตรฐานของสำนักงาน กสทช.
ซึ่งการใช้เครื่องวิทยุคมนาคมที่ไม่ผ่านการรับรองมาตรฐานอาจก่อให้เกิดการรบกวนคลื่นความถี่อื่น นอกจากนี้ เครื่องวิทยุคมนาคมดังกล่าวยังละเมิดลิขสิทธิ์สินค้าที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยครั้งนี้สำนักงาน กสทช. ได้เชิญเจ้าของลิขสิทธิ์เข้าตรวจสอบสินค้าร่วมกันด้วย
สำหรับของกลางที่ตรวจพบ ได้แก่
1. วิทยุสื่อสาร จำนวน 4,131 เครื่อง
2. วิทยุสื่อสาร จำนวน 139 เครื่อง
3. วิทยุสื่อสาร ชนิดใส่ Sim Card ไม่ปรากฏตราอักษร จำนวน 44 เครื่อง
4. Sim Card จำนวน 97 รายการ
5. GPS ไม่ปรากฏตราอักษร จำนวน 21 เครื่อง
6. ลำโพง Bluetooth ตราอักษร Marshall จำนวน 1,124 เครื่อง
7. กล่องรับสัญญาณโทรทัศน์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต (Internet Tv Box) ตราอักษร MXQ รุ่น Pro 4K จำนวน 7 เครื่อง รวมอุปกรณ์ทั้งสิ้น 5,563 เครื่อง คิดเป็นมูลค่าของกลางรวมทั้งสิ้น 20,0477,759 บาท
นายไตรรัตน์ เปิดเผยว่า วิทยุสื่อสารเป็นอุปกรณ์ที่ใช้คลื่นความถี่ ที่ต้องมีการควบคุมเพื่อไม่ให้เกิดการรบกวนกัน การครอบครองหรือใช้งานอุปกรณ์ที่ผิดกฎหมายมีบทลงโทษรุนแรงตามพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 หากมีการนำเข้า จำหน่าย หรือผลิตโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ
ส่วนผู้ที่ครอบครอง หรือใช้เครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับใบอนุญาต มีโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ เช่นกัน ดังนั้นประชาชนทั่วไป หรือผู้ประกอบการที่ซื้อวิทยุสื่อสารเถื่อนมาใช้งาน แม้จะอ้างว่าไม่ทราบว่าเป็นของผิดกฎหมาย แต่ในทางกฎหมายถือว่ามีความผิดฐาน "มีและใช้เครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต" ทันที
ดังนั้น จึงจำเป็นต้องเลือกซื้อวิทยุสื่อสารให้ถูกกฎหมาย เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพและเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดี โดยสำนักงาน กสทช. ขอให้ประชาชนยึดหลักตรวจสอบก่อนซื้อ ดังนี้
1. เลือกซื้อจากร้านค้าที่น่าเชื่อถือ ผู้ประกอบการมีหน้าร้านชัดเจน หรือร้านค้าออนไลน์ที่มีการจดทะเบียนพาณิชย์ และมีใบอนุญาต นำเข้า หรือค้าซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม จาก กสทช. แสดงให้เห็นชัดเจน
2. สังเกตเครื่องหมายรับรองจาก กสทช. (NBTC ID) วิทยุสื่อสารที่ถูกกฎหมายต้องผ่านการตรวจสอบมาตรฐานและมีตราสัญลักษณ์ กสทช. พร้อมรหัสหมายเลขการรับรอง (เช่น Class A/B XXXX-XX-XXXX) ตัวเลขนี้สามารถนำไปตรวจสอบในระบบของ กสทช. ได้
3. ประชาชนทั่วไป หรือร้านค้า ต้องใช้วิทยุสื่อสารประเภทเครื่องแดง (CB) ความถี่ 245 MHz หรือ 78 MHz เท่านั้น โดยเครื่องต้องมีกำลังส่งไม่เกิน 5 วัตต์ และต้องขอใบอนุญาตมีและใช้
4. หลีกเลี่ยงสินค้าที่ราคาถูกเกินจริง หรือราคาต่ำกว่าท้องตลาดมาก ๆ มักเป็นเครื่องวิทยุสื่อสารที่หนีภาษีและไม่ได้มาตรฐาน เสี่ยงต่อการระเบิดของแบตเตอรี่และสร้างคลื่นรบกวนการใช้ความถี่อื่น
ทั้งนี้ สำนักงาน กสทช. ขอกำชับให้แพลตฟอร์มออนไลน์จะต้องตรวจสอบร้านค้าภายใต้แพลตฟอร์มออนไลน์ของท่าน โดยห้ามมิให้มีการจำหน่ายเครื่องวิทยุสื่อสารที่ไม่ผ่านการตรวจรับรองมาตรฐาน หรือห้ามมิให้ร้านค้าที่ยังไม่ได้รับใบอนุญาตให้จำหน่ายจากสำนักงาน กสทช. จำหน่ายเครื่องวิทยุสื่อสารไม่ถูกกฎหมายอย่างเด็ดขาด
หากพบการกระทำดังกล่าวแพลตฟอร์มออนไลน์ดังกล่าวอาจมีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนให้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498