วันนี้ (23 พ.ค. 69) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ร่วมจับกุมผู้ต้องหา รวม 4 ราย ดังนี้
1. นางสาวรุ่งนภา อายุ 22 ปี สัญชาติไทย ตามหมายจับศาลอาญาที่ 2275/2569 ลงวันที่ 21 เมษายน 2569
2. นางอรนุช อายุ 56 ปี สัญชาติไทย ตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ จ.1533/2568 ลงวันที่ 13 พฤศจิกายน 2568
3. นายศรัณย์ อายุ 29 ปี สัญชาติไทย ตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ จ.6689/2568 ลงวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568
4. นางสาวฉันทนี อายุ 33 ปี สัญชาติไทย ตามหมายจับศาลอาญาตลิ่งชันที่ จ.838/2568 ลงวันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 ความผิดฐาน “ร่วมกันประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้กำกับโดยไม่ได้รับอนุญาตและเรียกดอกเบี้ยเกินกว่ากฎหมายกำหนด”
สถานที่จับกุม
1.ผู้ต้องหารายที่ 1 จับกุมที่บริเวณริมถนนในพื้นที่ แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร
2.ผู้ต้องหารายที่ 2 และ 3 จับกุมที่บริเวณหน้าบ้านพักในพื้นที่ ต.บ้านแดง อ.พิบูลย์รักษ์ จ.อุดรธานี
3.ผู้ต้องหารายที่ 4 จับกุมที่บริเวณหน้าบ้านพักในพื้นที่ ต.เชียงพิณ อ.เมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี
สืบเนื่องจากเมื่อประมาณเดือนสิงหาคม 2568 ศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปน.ตร.) ได้รับแจ้งจากมีผู้เสียหายจำนวนมาก กรณีกู้ยืมเงินผ่านแอปพลิเคชันปล่อยสินเชื่อต่าง ๆ ซึ่งมีการโฆษณาชักชวนผ่านสื่อออนไลน์ อ้างว่าสามารถอนุมัติสินเชื่อได้ง่าย รวดเร็ว
โดยมีการเรียกเก็บดอกเบี้ยในอัตราสูงกว่าที่กฎหมายกำหนด นอกจากนั้นยังมีพฤติการณ์ข่มขู่คุกคามผู้กู้และบุคคลใกล้ชิดเป็นเหตุให้ได้รับความเดือดร้อนเสียหาย จึงมอบหมายให้กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ โดย กก.5 บก.ปอศ. ทำการสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด
เมื่อผู้เสียหายสมัครใช้บริการ แอปพลิเคชันดังกล่าวจะให้กรอกข้อมูลส่วนบุคคล ได้แก่ ชื่อและนามสกุล หมายเลขบัญชีธนาคาร และข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งบังคับให้ความยินยอมเข้าถึงข้อมูลในโทรศัพท์เคลื่อนที่ เช่น รูปภาพ รายชื่อผู้ติดต่อ หากไม่ยินยอมให้เข้าถึงจะไม่ได้รับการอนุมัติยอดเงินกู้ โดยกำหนดให้ชำระทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยภายใน 7 วัน คิดดอกเบี้ยสูงสุดถึง ร้อยละ 3,780.357 ต่อปี
นอกจากนี้ยังมีการทวงถามหนี้ผ่านทางโทรศัพท์ แอพพลิเคชันไลน์ โทรศัพท์ไปทวงถามหนี้กับบุคคลตามรายชื่อผู้ติดต่อของผู้เสียหาย ด้วยถ้อยคำหยาบคาย ข่มขู่คุกคาม และนำรูปของผู้เสียหายโพสต์ประจานในสื่อออนไลน์ด้วยเพื่อให้เกิดความอับอาย
จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบบัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้อง จำนวน 21 บัญชี เงินหมุนเวียนกว่า 1,000 ล้านบาท โดยพบว่าเครือข่ายแอปพลิเคชันเงินกู้นอกระบบกลุ่มนี้มีผู้กู้กว่า 20,000 ราย ยอดปล่อยเงินกู้เฉลี่ย 2,000 บาทต่อคน จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน ยื่นคำร้องขอหมายจับต่อศาลขอออกหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้อง
ประกอบด้วยนายทุนชาวจีน จำนวน 5 ราย ร่วมกับบุคคลสัญชาติไทย ซึ่งนำบัญชีธนาคารของตนไปใช้ในการโอนและรับโอนเงินให้กับแอปพลิเคชันเงินกู้นอกระบบกลุ่มดังกล่าว เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปอศ. ได้ระดมกำลังสืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับดังกล่าว ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและ จ.อุดรธานี จนสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับ จำนวน 4 ราย นำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ.
ในส่วนของนายทุนชาวจีน 5 ราย อยู่ระหว่างสืบสวนติดตามจับกุม เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป