ข่าวภาคค่ำ - ปัญหาสารพิษในแม่น้ำ กก ยังไม่จางหาย ภัยเงียบ คุกคาม ลามคนทั้งลุ่มน้ำ มากกว่านั้น คือ ผลกระทบกำลังขยายวงกว้าง ติดตามจากรายงาน จากคุณ อรรถพล ดวงจินดา
สภาพลำน้ำกกที่ขุ่นแดง แตกต่างจากภาพในอดีตอย่างสิ้นเชิง ชาวบ้านขนานนาม “มัจจุราชเงียบ” เพราะเบื้องหลัง ของสายน้ำเปลี่ยนสี คือสารพิษที่สะสมในตะกอนดิน รอเวลาคร่าสิ่งมีชีวิต
ปัญหาสารพิษ ในแม่น้ำกก กำลังไหลขยายวงกว้างไปยังแม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง พิษร้ายที่มากับน้ำ เดินทางข้ามพรมแดนมาตั้งแต่ปี 2568 ผลการตรวจคุณภาพน้ำ พบทั้ง สารหนู สารตะกั่ว และ แคดเมียม โลหะหนัก ที่เป็นอันตรายต่อระบบประสาท ไต และกระดูก ไม่เว้นแม้แต่ "สารปรอท" ที่แทรกซึมไปตามเนื้อเยื่อสัตว์น้ำ พร้อมกระจายสู่มนุษย์ ผ่านระบบห่วงโซ่อาหาร กระทั่งจังหวัดเชียงราย ต้องออกประกาศเตือน ให้ประชาชน หลีกเลี่ยงการบริโภคสัตว์น้ำ จากแม่น้ำกก และแม่น้ำโขง ขณะที่ ผู้คนที่อาศัยริมฝั่งแม่น้ำ เริ่มกังวลในความปลอดภัย เมื่อมัจจุราชร้ายอยู่ใกล้ตัว
ล่าสุดภาคประชาชน และเครือข่ายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ร่วมกันเฝ้าระวังคุณภาพน้ำและสร้างความตื่นตัวให้คนรุ่นใหม่ เห็นความสำคัญ ของการดูแลทรัพยากรน้ำ ก่อนวิกฤตจะลุกลามเกินแก้ นักอนุรักษ์ในพื้นที่ ตามติดปัญหานี้มานานกว่า 30 ปียอมรับ วิกฤตสารพิษโลหะหนักครั้งนี้ รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยเผชิญมา
ปัญหามัจจุราชเงียบในแม่น้ำกก จะหวังพึ่งใครเพียงฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่ได้ ต้องยกระดับเป็น "วาระแห่งชาติ" ผลักดันความร่วมมือกับประเทศต้นทางของลำน้ำ เพื่อควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษ และฟื้นฟูระบบนิเวศอย่างจริงใจ จริงจัง
เพราะหากยังปล่อยให้สารพิษไหลตามลำน้ำต่อไป สายน้ำที่เคยหล่อเลี้ยงชีวิต จะกลายเป็นยาพิษ คร่าชีวิตมนุษย์และสิ่งแวดล้อม