ห้องข่าวภาคเที่ยง - ทีมกู้ภัยของไทย เดินทางไปร่วมภารกิจช่วยเหลือคนงานชาว สปป.ลาว 7 ชีวิตติดอยู่ในถ้ำ พบอุปสรรคทางแคบ มีฝนตกเข้าไปเติมในถ้ำ คล้ายเหตุการณ์ 13 ชีวิตทีมหมูป่าฯ ติดถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน
ทีมกู้ภัยเมตตาธรรมกาฬสินธุ์ และสมาคมสายธารสะพานบุญ พร้อมอุปกรณ์กู้ภัยทางน้ำและเครื่องมือพิเศษ เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพ สปป.ลาว เข้าพื้นที่เกิดเหตุเพื่อปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัย หลังได้รับหนังสือจาก สปป.ลาว ขอสนับสนุนกำลังผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ และอุปกรณ์ช่วยชีวิต ให้เข้าช่วยชาวบ้าน 7 คน ติดอยู่ในถ้ำ หลังเข้าไปหาแร่ทองคำ เมืองล่องแจ้ง แขวงไชยสมบูรณ์ ตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เป็นเวลา 6 วันแล้ว
ลักษณะของถ้ำค่อนข้างอันตรายและซับซ้อนมาก ไม่ต่างจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ต้องคลานเข้าไป เพราะความสูงของถ้ำแค่ 60 เซนติเมตร ทางลื่น แคบ และมืด มีน้ำไหลผ่านตลอดเส้นทาง อับอากาศ ออกซิเจนต่ำ เสี่ยงหมดสติได้ เข้าไปประมาณ 260 เซนติเมตร จะเจอโถงแรก
จากนั้นก็จะต้องคลานเข้าไปอีก 80 เซนติเมตร จึงจะเจอจุดที่คาดผู้ประสบภัยเข้าไปร่อนทอง โถงด้านในสุดมีปล่องระบายออกกาศ มีรายงานว่า ก่อนหน้านี้ทีมกู้ภัยในพื้นที่ได้นำเครื่องสูบน้ำ และรถแบ็กโฮเปิดทางจากด้านบนภูเขา แต่ยังไม่ประสบผลสำเร็จ เนื่องจากฝนยังตกต่อเนื่อง
ทันทีที่ทีมกู้ภัยไทยไปถึง ได้เข้าไปสำรวจและประเมินสภาพภายในจุดเกิดเหตุ ส่งกำลังพลเข้าไปภายใน พร้อมวางระบบ Air Line สำหรับส่งอากาศ และระบบ Rope Access เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงจุดที่คาดว่าผู้ประสบภัยติดค้างอยู่
หลังจากนั้นทีมกู้ภัยขึ้นมาจากถ้ำ เพราะปริมาณสูงขึ้น เสี่ยงจะเป็นอันตรายได้นำภาพและข้อมูลขึ้นมาเคราะห์วางแผนฯ การเข้าไปช่วยเหลือผู้ที่ติดภายใน เมื่อคืนก็ได้มีฝนตกลงมา ทีมกู้ภัยบอกว่า ภารกิจในครั้งนี้ยากตรงที่ภายในถ้ำเป็นจุดอับอากาศ และมีน้ำเข้ามาเติมตลอดเวลา อีกทั้งกู้ภัยไม่สามารถลงจากเขา ระยะทางไกลกว่า 3-4 กิโลเมตร เพื่อเข้าที่พักได้ จึงอาศัยกลางเต็นพักชั่วคราวที่หน้างาน
หัวหน้าทีมกู้ภัยเมตตาธรรม ย้ำว่า จะต้องวางแผนการปฏิบัติงาน เพื่อความปลอดภัยของทีม และผู้ประสบภัยที่ติดในถ้ำ ต้องเดินทางออกมาให้ครบ โดยภารกิจเช้านี้ได้เริ่มแล้ว หลังวางอุปกรณ์ช่วยชีวิตคืบหน้าไปมาก
อีกแค่ 30 เมตร จะถึงที่หมายสำคัญ แต่วานนี้เชือกหมดก่อน แต่ก็เป็นสัญญาณว่าทีมกู้ภัยขยับเข้าใกล้เนินสูงในถ้ำ ที่คาดว่าทั้ง 7 คนน่าจะติดอยู่ ซึ่งวันนี้พร้อมลุย กับความหวังที่สูงมาก
และเช้านี้ (25 พ.ค.) มีหนูน้อยอายุ 8 เดือน อยู่ในอ้อมกอดแม่ มารอคอยผู้เป็นพ่ออยู่บริเวณหน้าถ้ำด้วยความหวัง หญิงสาวชาวลาว และลูกน้อยยังคงเฝ้ารอปาฏิหาริย์ทุก ๆ วินาที ด้วยหัวใจที่ไม่ยอมหมดหวัง สายตาของเด็กน้อยที่ยังไม่รู้เรื่องราวทั้งหมด กลายเป็นภาพสะเทือนใจท่ามกลางภารกิจแข่งกับเวลา
หัวหน้าชุดทีมกู้ภัยไทย เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายกำลังเร่งปฏิบัติการอย่างเต็มกำลัง พร้อมส่งกำลังใจถึงครอบครัวผู้ประสบเหตุ และยืนยันว่าจะทำทุกวิถีทาง เพื่อพาทุกคนกลับออกมาอย่างปลอดภัยและได้กลับบ้านพร้อมหน้าพร้อมตาอีกครั้ง
และในวันนี้เอง จะมี 2 ผู้เชี่ยวชาญดำน้ำในถ้ำจากไทย เข้าสมทบภารกิจเพิ่มเติม เป็นครูดำน้ำชาวไทยและชาวต่างชาติ เพื่อร่วมปฏิบัติภารกิจกับทีมกู้ภัยทันทีที่เดินทางถึง
การเสริมกำลังครั้งนี้นับเป็นอีกความหวังสำคัญของภารกิจ เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญทั้ง 2 มีประสบการณ์ในการกู้ภัยถ้ำและเคยร่วมปฏิบัติการช่วยเหลือทีมฟุตบอลเยาวชน 13 หมูป่า ที่ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน จนประสบความสำเร็จมาแล้ว
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่กู้ภัยทั้งจาก สปป.ลาว และทีมสนับสนุนจากหลายฝ่าย ยังคงระดมกำลังค้นหาแข่งกับเวลา ท่ามกลางความหวังของครอบครัวผู้สูญหายที่เฝ้ารอข่าวดีอย่างใจจดใจจ่อ