ข่าวเย็นประเด็นร้อน - เมื่อวานนี้ ชายแดนไทย-กัมพูชา ยังคงได้ยินเสียงปืนดัง โดยทหารกัมพูชายิงปืน 9 นัด ก่อกวนกลางดึกในพื้นที่ห้วยตามาเรีย ขณะที่ฝ่ายไทยเตือนขอหยุดยั่วยุ
วานนี้ (24 พ.ค.) กำลังพลในฐานปฏิบัติการห้วยตามาเรีย จังหวัดศรีสะเกษ ได้ตรวจพบการใช้อาวุธปืนของทหารกัมพูชา ในพื้นที่ห้วยตามาเรีย เวลา 19.59 น. ได้ยินเสียงปืนเล็กยาว 4 นัด และเวลา 20.10 น. ได้ยินเสียงปืนเล็กยาว 5 นัด บริเวณพื้นที่ห้วยตามาเรีย
การใช้อาวุธห้วงเวลาดังกล่าว ถือเป็นพฤติการณ์ที่ไม่เหมาะสม อาจเข้าข่ายยั่วยุ และเสี่ยงต่อการก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ขอให้ทุกฝ่ายหลีกเลี่ยงการกระทำที่อาจนำไปสู่ความตึงเครียด พร้อมยึดมั่นในกลไกการประสานงานและแนวทางสันติวิธี
เรื่องนี้ พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ชี้แจงว่า เสียงปืนที่ดังขึ้น ให้น้ำหนักในเรื่องความไม่เรียบร้อยของทหารกัมพูชา ซึ่งบางครั้งต้องการก่อกวน เพื่อให้ทหารไทยตอบโต้ ซึ่งทุกครั้งที่ไทยใช้อาวุธยิงแจ้งเตือน จะถูกนำไปขยายผลตลอด
ส่วนที่มองว่า กัมพูชาใช้อาวุธก่อกวน เพื่อไม่ให้ไทยสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยตามาเรียนั้น มองว่ามีความเป็นไปได้หลากหลาย ส่วนการสร้างอ่างเก็บน้ำ ปัจจุบันยังเป็นเพียงแนวคิด ไม่มีอะไรเป็นรูปเป็นร่างจริงจัง และยังเป็นพื้นที่ป่า
ส่วนพื้นที่ชายแดนจังหวัดสุรินทร์ วานนี้ กระทรวงกลาโหมกัมพูชา ออกแถลงการณ์ อ้างว่า ช่วงเช้าวานนี้ ระหว่างเวลา 09.24-10.10 น. ได้ยินเสียงปืน 22 นัด บริเวณด่านโอร์เสม็ด จังหวัดอุดรมีชัย
หลังเกิดเหตุ กัมพูชาได้ทำหนังสือประท้วงไปยังกองทัพภาคที่ 2 ของไทยให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยมีทหารกัมพูชา บันทึกภาพไว้ได้ อ้างว่า เป็นเสียงปืนดัง 22 นัด
ขณะที่ กองทัพภาคที่ 2 ชี้แจงตอบโต้ฝ่ายกัมพูชา โดยยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง และไม่มีการใช้อาวุธปืน แต่เนื่องจากเวลา 09.24 น.วานนี้ (24 พ.ค.) ทหารกัมพูชา ขยับแนวกำลังเข้ามาใกล้รั้วลวดหนาม ทหารไทยจึงส่งเสียงเตือนให้ออกไป แต่ไม่มีการยิงปืนตามที่กล่าวอ้าง
มีรายงานข่าวจากกองกำลังสุรนารี เปิดเผยว่า ช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา กัมพูชาได้ส่งทหารเข้ามาใหม่ และมีการยิงปืนยั่วยุก่อกวน ทั้งยิงปืนขึ้นฟ้า และยิงเช็กแนวเป็นประจำทุกคืน
ทำให้ทหารไทยต้องยิงเตือนกลับขึ้นฟ้า ครั้งละ 2-3 นัดเท่านั้น โดยยืนยันว่า ฝ่ายไทยไม่เคยเป็นฝ่ายเริ่มก่อน แต่ฝ่ายกัมพูชาจะเป็นฝ่ายยิงก่อน