วันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.45 น. (ตามเวลาท้องถิ่นฝรั่งเศส ซึ่งช้ากว่าไทย 5 ชั่วโมง) ณ ห้อง Salon Foch ชั้น 1 Le Cercle de l’Union interalliée กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พบหารือกับผู้บริหารระดับสูงของบริษัทชั้นนำของฝรั่งเศส เพื่อเชิญชวนลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของไทย
ภายหลังการหารือ นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีย้ำศักยภาพของไทยในการเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรม เทคโนโลยี และนวัตกรรมของภูมิภาค พร้อมขอบคุณภาคเอกชนฝรั่งเศสที่เชื่อมั่นและลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ด้านภาคเอกชนฝรั่งเศสต่างชื่นชมในศักยภาพและความพร้อมของไทย รวมถึงการที่ไทยมีมาตรการสนับสนุนการลงทุน
สำหรับการหารือกับบริษัท Imerys S.A. ผู้นำระดับโลกด้านวัสดุขั้นสูง เป็นผู้ผลิตกราไฟต์และ Conductive Carbon Black ซึ่งเป็นวัสดุขั้นสูงที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของการผลิตขั้วไฟฟ้าในแบตเตอรี่ลิเทียมสำหรับรถยนต์ EV และระบบกักเก็บพลังงานที่ต้องการประสิทธิภาพสูง และรองรับการชาร์จความเร็วสูง นายกรัฐมนตรีได้เชิญชวนบริษัท Imerys S.A. พิจารณาการลงทุนในไทย เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทาน EV โดยย้ำว่าไทยเป็นฐานการผลิต EV ที่ใหญ่ที่สุดของภูมิภาค พร้อมรองรับผู้ผลิตวัสดุขั้นสูง

ด้านบริษัท Airbus Group SE ผู้ผลิตอากาศยานและระบบป้องกันประเทศที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป กล่าวเชื่อมั่นใจศักยภาพของไทย โดยล่าสุดบริษัทได้ขยายกิจการในไทย เพื่อใช้เป็นฐานสนับสนุนการพัฒนาระบบการบินด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและเทคโนโลยีการบินสมัยใหม่ รวมถึงการสนับสนุนด้านเทคนิค วิศวกรรม และการพัฒนาบุคลากร ทั้งนี้ประเทศไทยจะเป็นศูนย์ปฏิบัติการสำคัญของบริษัทที่ตั้งอยู่นอกประเทศฝรั่งเศส มีวิศวกรเฉพาะทางกว่า 160 คน และมีแผนเพิ่มเป็นกว่า 200 คน

เช่นเดียวกับบริษัท EssilorLuxottica กลุ่มบริษัทด้านเลนส์สายตาและแว่นตาอันดับหนึ่งของโลก บริษัทตัดสินใจขยายการลงทุนการผลิตแว่นตาอัจฉริยะหรือ AI Glasses ในไทย ซึ่งจะเป็นการนำเทคโนโลยี AI และอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะผสานเข้ากับแว่นตาระดับไฮเอนด์ เพื่อให้ผู้สวมใส่สามารถบันทึกภาพ เสียง ฟังดนตรี หรือเชื่อมต่อกับผู้ช่วย AI เพื่อแปลภาษา หรือตรวจสอบสถานที่และสิ่งที่เห็นได้ผ่านการสั่งงานด้วยเสียงผ่านแว่นตา

ขณะที่ บริษัท IN Groupe ผู้นำด้านระบบยืนยันตัวตนดิจิทัลของฝรั่งเศส มีความเชี่ยวชาญด้านหนังสือเดินทาง บัตรประชาชนดิจิทัล ใบอนุญาตขับขี่ และระบบ Digital ID สำหรับภาครัฐ โดยบริษัทได้เสนอแนวทางร่วมมือกับไทยในการพัฒนาระบบ Digital ID รุ่นใหม่สำหรับภาครัฐ รวมถึงเทคโนโลยี Biometrics และระบบยืนยันตัวตนดิจิทัล ซึ่งจะช่วยเสริมศักยภาพของไทยในฐานะฐานการผลิตและศูนย์ทดสอบระบบ Secure ID สำหรับกลุ่มประเทศ CLMV และอาเซียน

นอกจากนี้ บริษัท Thales Group ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีกลาโหม อวกาศ ความมั่นคงดิจิทัล และความปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity) ซึ่งมีการให้บริการครอบคลุมระบบความมั่นคงไซเบอร์ ระบบป้องกันประเทศ รวมถึงการพัฒนาหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยบริษัทได้เสนอแนวทางความร่วมมือในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านความมั่นคงไซเบอร์ระหว่างบริษัทกับรัฐบาลไทย

นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า รัฐบาลสนับสนุนภาคเอกชนฝรั่งเศสให้ขยายการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่และเทคโนโลยีขั้นสูงของไทย โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทย รวมถึง BOI พร้อมอำนวยความสะดวก และมาตรการส่งเสริมการลงทุน เพื่อผลักดันไทยสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และนวัตกรรมแห่งอนาคตของภูมิภาคต่อไป