นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ทั้งนี้ ฐานข้อมูลทะเบียนเกษตรกรถือเป็นข้อมูลสำคัญที่รัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ใช้ในการวางแผนพัฒนาภาคการเกษตร การกำหนดมาตรการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกร รวมถึงการสนับสนุนโครงการต่าง ๆ ให้เป็นไปอย่างตรงจุด รวดเร็ว และทั่วถึง โดยเฉพาะในกรณีเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม ภัยแล้ง หรือการเข้าร่วมโครงการประกันภัยพืชผล กรมส่งเสริมการเกษตร ได้อำนวยความสะดวกให้เกษตรกรสามารถขึ้นทะเบียนและปรับปรุงข้อมูลได้หลายช่องทาง ได้แก่
1.แจ้งข้อมูลผ่านระบบออนไลน์
เกษตรกรสามารถแจ้งข้อมูลการเพาะปลูกหรือปรับปรุงข้อมูลด้วยตนเอง ผ่านแอปพลิเคชัน Farmbook รองรับทั้งระบบ iOS และ Android รวมถึงแจ้งข้อมูลผ่านระบบ e-Form ที่เว็บไซต์ efarmer.doae.go.th โดยไม่ต้องเดินทางไปสำนักงาน
ขั้นตอนปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร 2569 ผ่านแอป Farmbook
- ดาวน์โหลด Farmbook ได้ทั้ง Android และ iOS
- เข้าสู่ระบบ กรอกรหัสทะเบียนเกษตรกร 12 หลัก
- เลือกเมนู “ปรับปรุงทะเบียน” หัวข้อ “แจ้งปลูก”
- เลือก “แปลงเอกสารสิทธิ์”
- เลือก “กิจกรรมการแจ้งปลูก”
- กรอกข้อมูล แจ้งรอบปลูกปัจจุบัน



2.แจ้งข้อมูลกับเจ้าหน้าที่
สามารถติดต่อสำนักงานเกษตรอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ศูนย์พิรุณราช รวมถึงแจ้งผ่านผู้นำชุมชน และอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) ได้เช่นกัน
หลักฐานที่ต้องใช้ (กรณีติดต่อสำนักงานเกษตรอำเภอ)
1.บัตรประชาชน (ตัวจริง)
2.สำเนาหลักฐานถือครองที่ดิน
3.เกษตรกรรายใหม่ หรือรายเดิม แต่เพิ่มแปลงใหม่ ต้องนำหลักฐานการใช้ที่ดิน (ตัวจริงหรือสำเนา) มาแสดงด้วย
สำหรับระยะเวลาในการแจ้งขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรนั้น เกษตรกรควรแจ้งหลังเพาะปลูกแล้ว 15 วัน โดยแบ่งตามประเภทพืช ดังนี้
-ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมันสำปะหลังโรงงาน แจ้งหลังเพาะปลูก 15–60 วัน
-พืชไร่ แจ้งหลังเพาะปลูก 15–30 วัน
-ไม้ผลและไม้ยืนต้น สามารถแจ้งปรับปรุงข้อมูลได้ตลอดปี
เกษตรกรควรแจ้งปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน เพื่อยืนยันตัวตน และใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติด้านพืช รวมถึงการเข้าร่วมมาตรการสนับสนุนต่าง ๆ ของภาครัฐ
อย่างไรก็ตาม หากเกษตรกรไม่มาปรับปรุงข้อมูลทะเบียนเกษตรกรติดต่อกันเป็นเวลา 3 ปี สถานภาพในระบบจะสิ้นสุดลงทันที ซึ่งอาจส่งผลให้เสียสิทธิ์ในการรับเงินช่วยเหลือเยียวยากรณีประสบภัยพิบัติด้านพืช และพลาดโอกาสเข้าร่วมโครงการสนับสนุนจากภาครัฐ
ทั้งนี้ การขึ้นทะเบียนเกษตรกรไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น ขอให้เกษตรกรโปรดระมัดระวังกลุ่มมิจฉาชีพที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ หากมีผู้ใดโทรศัพท์หรือส่งข้อความหลอกให้กดลิงก์ ขอข้อมูลส่วนตัว หรือเรียกเก็บค่าใช้จ่ายในการขึ้นทะเบียนเกษตรกร อย่าเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว รหัส OTP หรือข้อมูลบัญชีธนาคารแก่บุคคลอื่น โดยสามารถตรวจสอบข้อมูลข่าวสารจากช่องทางทางการของกรมส่งเสริมการเกษตรเท่านั้นหากพบพฤติกรรมต้องสงสัย สามารถสอบถามได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน หรือเว็บไซต์กรมส่งเสริมการเกษตร
